ดึงคิ้ว/ยกคิ้ว

ดึงคิ้ว/ยกคิ้ว

การดึงคิ้ว (Brow Lift) ปกติแล้วการดึงคิ้วเป็นส่วนหนึ่งของการศัลยกรรมดึงหน้าหรือหน้าผาก เมื่ออายุมากขึ้น คิ้วจะเลื่อนตำแหน่งลงมาใกล้ตามากขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัว หรือบางคนอายุยังไม่มาก แต่ก็มีปัญหาเรื่องระยะห่างของคิ้วกับชั้นตาได้เหมือนกัน ส่งผลให้ดูหน้าดุตลอดเวลา ส่วนในรายที่คิ้วตกนั้น หนังตาทั้งสองข้างจะหย่อนลงมาปิดชั้นตา เพราะฉะนั้น คนไข้ที่มีปัญหาคิ้วตกร่วมกับรอยตีนกาและรอยย่นบนหน้าผากจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาโดยการผ่าตัดหนังตาบนเพียงอย่างเดียว อาจต้องผ่าตัดยกคิ้วเพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้น ซึ่งถือเป็นการเพิ่มพื้นที่บริเวณรอบดวงตา ทำให้ดวงตาดูโตและสดใสขึ้น

ดวงตาที่สวยงามเป็นอย่างไร

ดวงตาที่สวยไม่ใช่แค่ตาโตหรือตาสองชั้นเท่านั้น แต่ยังมีองค์ประกอบอีกหลายอย่าง นั่นคือ

  1. ระยะคิ้วที่ได้สัดส่วน
  2. หัวตาต้องเปิด ทำให้มองเห็นเต็มที่
  3. หางตาชี้ขึ้น ลักษณะคล้ายตาหงส์
  4. ตาไม่ลึก หมายถึง ดวงตาต้องเสมอกับขอบกระดูกเบ้าตาหรือโปนออกมาด้านหน้านิดๆ ซึ่งจะทำให้ดวงตาดูมีเสน่ห์ชวนมองการผ่าตัดยกคิ้วมี 3 วิธี คือ
  1. การเปิดแผลโดยการกรีดตรงคิ้ว (Direct Brow Lift)

วิธีนี้คือต้องกรีดบริเวณเหนือคิ้วนิดหน่อย การผ่าตัดไม่ยุ่งยากนัก เพียงฉีดยาชา กรีดแผลบริเวณคิ้ว ตัดผิวหนังที่อยู่ชิดขอบบนของคิ้วเพื่อยกให้คิ้วสูงขึ้น แล้วเย็บดึงแผลขึ้น ประมาณ 10 วันก็สามารถตัดไหมได้ แต่มีข้อเสียตรงที่จะเห็นรอยแผลเป็นตรงคิ้วได้อย่างชัดเจน ซึ่งจะเป็นเส้นสีขาวๆ ตัดกับสีผิวของคนไข้ ผู้ที่เหมาะกับวิธีผ่าตัดแบบนี้คือ

  • ทำคิ้วถาวรอยู่แล้วหรือต้องการทำคิ้วถาวร โดยแผลเป็นที่เกิดจากการดึงคิ้วจะสามารถซ่อนอยู่ในรอยสักคิ้วได้
  • มีผิวขาวมาก เช่น ชาวยุโรป เนื่องจากจะเห็นแผลเป็นไม่ชัดเจน
  1. การเปิดแผลบริเวณเหนือหน้าผาก (Pretrichial Incision Brow Lift)

เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากในอดีต คือการกรีดตลอดแนวเหนือหน้าผากขึ้นไป ลักษณะเหมือนที่คาดผม เพื่อจะดึงคิ้วขึ้นมา วิธีนี้ต้องวางยาสลบ แพทย์จะเปิดแผลยาวเพื่อผ่าตัดดึงหน้าผากขึ้น จะได้เห็นเส้นประสาทชัดเจนและไม่ผ่าตัดโดนเส้นประสาทบริเวณอื่น ดังนั้น แพทย์ต้องมีความชำนาญมาก ข้อดีของวิธีนี้คือช่วยลดรอยเหี่ยวย่นบริเวณหน้าผากไปในตัว แต่ข้อเสียคือ หน้าผากและคิ้วจะโดนยกขึ้นพร้อมกัน ซึ่งอาจไม่ได้ระยะที่สวยงามของคิ้ว คนไข้ส่วนใหญ่ไม่ต้องการให้เปิดแผลขนาดใหญ่ วิธีนี้จึงไม่เป็นที่นิยม

  1. การผ่าตัดผ่านกล้อง (Endoscopic Brow Lift)

โดยการเปิดแผลบนหน้าผากบริเวณไรผม กำหนดจุดลงแผลสำหรับสอดกล้อง 3-5 จุด โดยที่แผลเหล่านี้จะซ่อนอยู่ตามแนวไรผมบนศีรษะ จุดลงแผลจะอยู่ตรงกับตำแหน่งหัวตาและหางตาของคิ้วทั้งสองข้าง ไม่ต้องกรีดแผลยาว ทำให้แผลผ่าตัดมีขนาดเล็ก อาการบวมและชาค่อนข้างน้อย โดยแพทย์จะติดวัสดุที่เรียกว่า “Endotine Transbleph” ที่ใช้ในการดึงผิวบริเวณคิ้วให้เรียบตึงขึ้น เครื่องมือชนิดนี้สามารถสลายไปได้เองภายใน 6-12 เดือน

ผลลัพธ์ที่ได้หลังการผ่าตัดคือคิ้วโก่งขึ้น เพิ่มพื้นที่ในการทำชั้นตามากขึ้น คิ้วที่สูงต่ำไม่เท่ากันทำให้ตาไม่เท่ากัน บางคนเพียงแค่ยกคิ้ว ตาก็จะดูเท่ากันมากขึ้นโดยอาจจะไม่ต้องทำศัลยกรรมอย่างอื่นเพิ่ม แต่การยกคิ้วจะทำใน 2 กรณี คือ ตาตกมากๆ จากอายุที่เพิ่มขึ้น และไม่มีระยะห่างระหว่างคิ้วกับตา จึงต้องยกคิ้วก่อนจึงจะสามารถทำตาได้

วิธีดูแลตัวเองหลังผ่าตัด

  1. ประคบเย็นบริเวณหน้าผากและคิ้วทั้งสองข้าง วันละ 4 ครั้ง เพื่อลดอาการบวมประมาณ 7-10 วัน
  2. นอนหนุนหมอนสูงเพื่อลดอาการบวม
  3. หลังจากคลายไหมแล้ว ให้ใช้ครีมที่มีส่วนผสมของวิตามินอีทานวดที่แผล เพื่อป้องกันการเกิดแผลเป็นนูนแข็ง
  4. ทานยาตามแพทย์สั่งจนหมด ถ้าเกิดอาการแพ้ยา เช่น มีผื่นแดง คัน คลื่นไส้อาเจียน แน่นหน้าอก ให้มาพบแพทย์ทันที

ดึงคิ้วกับเลอลักษณ์ดีอย่างไร

  1. แพทย์ทุกท่านของโรงพยาบาลเป็นศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง และเป็นสมาชิกสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งเสริมสวยแห่งประเทศไทย (ThSAPS) แพทย์เฉพาะทางจะต้องเรียนหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต 6 ปี ต่อด้วยศัลยศาสตร์ทั่วไป 3 ปี และศัลยศาสตร์ตกแต่งอีก 3 ปี รวมเป็น 12 ปี และยังมีประสบการณ์การผ่าตัดศัลยกรรม 10 ปีขึ้นไปทุกท่าน ดังนั้นจึงสามารถมั่นใจได้ว่า แพทย์ของเรามีความเชี่ยวชาญและน่าเชื่อถือแน่นอน
  2. โรงพยาบาลได้มาตรฐาน เครื่องมือแพทย์ครบครัน ห้องผ่าตัดปลอดเชื้อด้วยระบบกรองอากาศ HEPA Filter (High Efficiency Particulate Air Filter) เพื่อควบคุมปริมาณฝุ่นละอองที่มีอนุภาคขนาดเล็กและเชื้อโรคต่างๆ ได้ 99.99% และระบบ Oxygen Pipeline หรือออกซิเจนช่วยชีวิตสำหรับผู้ป่วยในกรณีฉุกเฉิน รวมถึงมีทีมแพทย์และพยาบาลคอยดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง
  3. เทคนิค Beauty Dream เอกสิทธิ์จากโรงพยาบาลเลอลักษณ์ ที่ทำให้คุณไม่รู้สึกเจ็บขณะผ่าตัด
  4. รับประกันงานศัลยกรรมภายใน 6 เดือนหลังจากทำ

Comments

comments

Leave Comment