ตัดกราม

WHAT ?

ศัลยกรรมตัดกราม

การตัดกรามมีจุดประสงค์เพื่อทำให้หน้าดูเรียวขึ้น เป็นการตัดแต่งมุมกรามไม่ใช่การเลื่อนกรามและไม่ต้องมีการจัดฟันร่วมด้วย โดยทั่วไปแพทย์จะตัดแต่งเฉพาะส่วนที่เป็นกระดูกยื่นเท่านั้น โดยไม่ได้ตัดส่วนที่เป็นกล้ามเนื้อ และเมื่อตัดแต่งกระดูกที่ยื่นออกไปแล้ว จะทำให้กล้ามเนื้อที่เกาะอยู่หดตัวเล็กลงเองโดยธรรมชาติ

WHY ?

ทำไมควรทำศัลยกรรมตัดกรามที่ โรงพยาบาลเลอลักษณ์

1. แพทย์ทุกท่านของโรงพยาบาลเป็นศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง และเป็นสมาชิกสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งเสริมสวยแห่งประเทศไทย (ThSAPS) แพทย์เฉพาะทางจะต้องเรียนหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต 6 ปี ต่อด้วยศัลยศาสตร์ทั่วไป 3 ปี และศัลยศาสตร์ตกแต่งอีก 3 ปี รวมเป็น 12 ปี และยังมีประสบการณ์การผ่าตัดศัลยกรรม 10 ปีขึ้นไปทุกท่าน ดังนั้นจึงสามารถมั่นใจได้ว่า แพทย์ของเรามีความเชี่ยวชาญและน่าเชื่อถือแน่นอน

2. โรงพยาบาลได้มาตรฐาน เครื่องมือแพทย์ครบครัน ห้องผ่าตัดปลอดเชื้อด้วยระบบกรองอากาศ HEPA Filter (High Efficiency Particulate Air Filter) เพื่อควบคุมปริมาณฝุ่นละอองที่มีอนุภาคขนาดเล็กและเชื้อโรคต่างๆ ได้ 99.99% และระบบ Oxygen Pipeline หรือออกซิเจนช่วยชีวิตสำหรับผู้ป่วยในกรณีฉุกเฉิน รวมถึงมีทีมแพทย์และพยาบาลคอยดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง

3. เทคนิค Beauty Dream เอกสิทธิ์จากโรงพยาบาลเลอลักษณ์ ที่ทำให้คุณไม่รู้สึกเจ็บขณะผ่าตัด

4. รับประกันงานศัลยกรรมภายใน 6 เดือนหลังจากทำ

 

การผ่าตัดมี 2 วิธี

  1. การผ่าตัดจากภายนอกช่องปาก

กรามเเผลนอก

จะเปิดแผลบริเวณใกล้ๆ กับมุมกราม แล้วเลาะผ่านกล้ามเนื้อ หลบเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อมุมปาก จนถึงกระดูกส่วนที่ต้องการตัด จากนั้นใช้เลื่อยตัดกระดูกออก ตกแต่งมุมกระดูกให้เรียบร้อย แล้วเย็บปิดแผล เนื่องจากไม่ต้องผ่านช่องปากเข้าไปหากระดูก จึงมีอาการบวมน้อยกว่า แต่มีโอกาสกระทบกระเทือนเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงมุมกราม

  1. การผ่าตัดจากภายในช่องปาก

กรามเเผลในปาก

เป็นการผ่าตัดจากด้านใน ต้องใช้เครื่องมือเฉพาะ บริเวณที่ผ่าตัดจะอยู่ด้านในปาก หลังฟันกรามซี่สุดท้าย เริ่มด้วยการเปิดช่องแล้วค่อยๆ เลาะเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อที่คลุมมุมกรามออก จากนั้นเลาะเยื่อหุ้มกระดูกเพื่อสอดเครื่องมือเข้าไปส่องดูมุมกรามที่ตัดแล้ว จากนั้นใช้เลื่อยตัดกระดูกออกก่อนจะเย็บปิด เป็นการผ่าตัดที่ซับซ้อน ต้องทำโดยศัลยแพทย์ที่มีความชำนาญอย่างสูง หลังจากผ่าตัดจะมีอาการบวมกว่าวิธีแรก แต่ไม่มีแผลเป็นและไม่กระทบกระเทือนเส้นประสาท ซึ่งเป็นที่นิยมมากกว่าการผ่าตัดแบบวิธีที่ 1

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด

  1. งดยาแอสไพริน บุหรี่ กระเทียม น้ำมันปลา หัวหอม ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง อย่างน้อย 2 อาทิตย์ ก่อนการผ่าตัด เนื่องจากมีผลต่อการแข็งตัวของเลือด อาจทำให้เลือดออกมากผิดปกติระหว่างผ่าตัด
  2. งดน้ำและอาหาร 6 ชั่วโมงก่อนผ่าตัด
  3. ลาหยุดงานประมาณ 10 – 14 วัน
  4. ควรพาเพื่อนมาด้วยในวันผ่าตัด เพราะไม่ควรขับรถเอง

การดูแลหลังการผ่าตัด

หลังการผ่าตัด ใบหน้าจะบวมอยู่ประมาณ 3 สัปดาห์ ควรนอนพักฟื้นร่างกายให้เต็มที่และปฏิบัติตัวดังนี้

  1. ควรงดอาหารในวันแรกหลังผ่าตัด เพื่อป้องกันเศษอาหารเข้าไปอุดตันบริเวณแผล
  2. ในช่วงแรกควรทานอาหารอ่อนๆ งดอาหารรสจัดและการเคี้ยวของแข็งๆ
  3. ถ้าเป็นการผ่าตัดภายในช่องปาก ต้องฝึกอ้าปากบ่อยๆ เพื่อป้องกันการเกิดพังผืดรอบๆ กราม และใกล้กับข้อขากรรไกร
  4. ใช้น้ำเย็นประคบที่บริเวณแก้มประมาณ 7 วัน
  5. บ้วนปากด้วยน้ำสะอาดบ่อยๆ ช่วยให้คราบเลือดที่แผลหลุดออก
  6. หลังผ่าตัดอาจมีอาการเขียวช้ำบริเวณคอและใต้คาง ดังนั้นในวันที่ 7 หลังผ่าตัดสามารถใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นประคบเพื่อลดอาการเขียวช้ำได้
  7. แผลจะเข้าที่ภายใน 2 – 3 สัปดาห์ แต่จะยังมีอาการบวมที่มุมกรามเป็นเวลา 1 – 2 เดือน

*ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคคล

*ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคคล

*ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคคล