อุดฟัน

pregnancysquare_pregnant_have_disease_21122012

การอุดฟัน

การอุดฟันเป็นวิธีการหนึ่งในการรักษาฟันผุ รวมถึงป้องกันไม่ให้การฟันผุลุกลาม ทำให้ฟันกลับมาใช้งานได้และมีความสวยงามอีกครั้ง เวลาทำการอุดฟัน ทันตแพทย์จะเอาเนื้อฟันที่ผุออกและทำความสะอาด จากนั้นจึงเติมวัสดุอุดฟันลงไป

ข้อพิจารณาในการอุดฟันโดยทั่วไป คือ ฟันซี่ที่ผุจะต้องไม่ลุกลามเข้าไปในโพรงประสาทฟัน และฟันจะต้องมีส่วนที่เหลือเพียงพอต่อการยึดของวัสดุที่ใช้ในการอุด สภาพเหงือกบริเวณฟันซี่ที่จะอุดก็ควรอยู่ในสภาพปกติ ซึ่งบางกรณีทันตแพทย์อาจแนะนำให้ผู้ป่วยขูดหินปูนก่อนที่จะทำการอุดฟัน

วัสดุที่ใช้ในการอุดฟัน

แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ

  1. วัสดุสีเหมือนฟัน

เมื่อก่อนจะใช้ในการอุดฟันหน้า แต่ในปัจจุบันคนไข้ต้องการความสวยงามมากขึ้น จึงพัฒนาให้สามารถอุดฟันกรามได้ ตัวอย่างของวัสดุที่ใช้ในการอุดฟัน คือ Composite Resin, Glass Ionomer Cement

  1. วัสดุสีคล้ายโลหะ

ใช้ในการอุดฟันหลังบริเวณที่จะต้องรับแรงบดเคี้ยว ตัวอย่างของวัสดุประเภทนี้ คือ Amalgam มีความแข็งแรงพอสมควรเพราะเป็นส่วนผสมของโลหะ ราคาไม่แพง ใช้อุดได้ทั้งฟันกรามน้ำนมและฟันกรามแท้ ในตำแหน่งที่ไม่ต้องการความสวยงามเพราะมีสีไม่เหมือนฟัน

ทั้งนี้ อาจมีคำถามว่า ควรอุดฟันด้วยวัสดุแบบไหน คำตอบคือ ทั้งวัสดุสีเหมือนฟันและสีโลหะไม่สามารถใช้ได้กับทุกคน ขึ้นอยู่กับขอบเขตของการผุ การแพ้วัสดุของแต่ละคน บริเวณที่ต้องการอุดฟันและราคา

วิธีการอุดฟัน

ทันตแพทย์จะกรอเนื้อฟันที่ผุซึ่งจะมีการติดเชื้อออก เนื้อฟันที่ผุจะมีลักษณะ นิ่ม ยุ่ย ส่วนสีของเนื้อฟันอาจมีทั้งการเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยนสีก็ได้ ถ้าฟันผุลึกเข้าไปชั้นในของเนื้อฟัน ซึ่งเรียกว่า “ชั้นเนื้อฟัน” ทันตแพทย์จะทำการใส่วัสดุรองพื้นเพื่อช่วยลดการเสียวฟัน เมื่อใส่วัสดุรองฟื้นแล้วก็ทำการอุดฟันด้วยวัสดุที่เลือกไว้ เวลาที่ใช้ในการอุดฟันจะขึ้นอยู่กับสภาพฟันของคนไข้

คำแนะนำหลังการอุดฟัน

  1. สำหรับคนไข้ที่อุดฟันด้วยวัสดุคล้ายโลหะ (Amalgam) ไม่ควรเคี้ยวอาหารด้านที่อุดฟันเป็นระยะเวลา 24 ชั่วโมง เนื่องจากวัสดุที่ใช้ยังมีความแข็งแรงไม่เต็มที่
  2. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารแข็งๆ เพราะจะทำให้วัสดุที่อุดแตกได้
  3. คนไข้ที่มีฟันผุลึก อาจมีการเสียวฟันภายหลังการอุดฟัน จึงควรงดอาหารที่ร้อนและเย็นจัด ปกติแล้วอาการเสียวฟันจะลดลงภายใน 2-3 สัปดาห์ แต่ถ้า 1 เดือนไปแล้วยังมีอาการเสียวฟันอยู่ ควรกลับมาพบทันตแพทย์
  4. ควรใช้เวลาแปรงฟันอย่างน้อย 2 นาที โดยการสะบัดข้อมือสั้นๆ เป็นจังหวะและอ่อนโยน ให้ความเอาใจใส่กับแนวเหงือก ฟันซี่ในที่แปรงยากและบริเวณรอบๆ ฟันที่อุดหรือครอบ
  5. ใช้ไหมขัดฟันอย่างสม่ำเสมอ
  6. ควรพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากทุก 6 เดือน

Comments

comments

Leave Comment