เลเบีย

เลเบีย (Labioplasty)

เลเบียหรือแคมเล็ก คือ ขอบแคมที่อยู่ข้างๆ ปากช่องคลอด ผู้หญิงหลายคนเกิดมาพร้อมกับแคมเล็กที่มีขนาดไม่เท่ากัน หรือแคมเล็กมีขนาดใหญ่มากจนโผล่พ้นแคมใหญ่ออกมา ทำให้อวัยวะส่วนนี้มีลักษณะผิดปกติ เกิดการอักเสบได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่มีรอบเดือน เกิดความเจ็บปวดเมื่อต้องสวมกางเกงรัดรูป หรือมีความเจ็บปวดขณะมีเพศสัมพันธ์ การเปลี่ยนแปลงขนาดของแคมเล็กอาจเกิดจากฮอร์โมน บาดแผลจากอุบัติเหตุ กิจกรรมทางเพศ การคลอดบุตร หรืออายุที่เพิ่มขึ้น

ปัจจุบันมีการนำเลเซอร์มาใช้ในการผ่าตัดตกแต่งแคมเล็ก ซึ่งส่งผลให้การผ่าตัดมีความแม่นยำมากขึ้น เนื่องจากเลเซอร์สามารถควบคุมความความลึกของแผลผ่าตัดได้ ทําให้เสียเลือดน้อยลง รวมทั้งช่วยลดโอกาสในการทำลายเส้นเลือดที่มาเลี้ยงแผลและเนื้อเยื่อที่อยู่ใต้แผลผ่าตัด ทำให้แผลหายเร็ว การผ่าตัดด้วยเลเซอร์จึงได้ผลดีกว่าการใช้มีดผ่าตัด

การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัด

  1. หยุดงาน 1-2 วัน
  2. งดยาและอาหารที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน บุหรี่ กระเทียม น้ำมันปลา อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนการผ่าตัด
  3. ถ้ามีโรคประจำตัวและแพ้ยาต้องแจ้งให้แพทย์ทราบล่วงหน้า
  4. อาบน้ำชำระล้างร่ายกายให้สะอาดก่อนมาผ่าตัด
  5. เตรียมกางเกงชั้นในหลวมๆ สำหรับใส่หลังผ่าตัด
  6. เนื่องจากการผ่าตัดจะทำให้เสียเลือดบางส่วน ดังนั้นผู้ที่เป็นโรคหัวใจควรปรึกษาแพทย์ก่อนผ่าตัด

ขั้นตอนการผ่าตัด

  1. แพทย์ฉีดยานอนหลับเพื่อคลายความกังวล แล้วต่อด้วยชารอบบริเวณที่จะผ่าตัด
  2. ผ่าตัดเฉพาะส่วนของแคมเล็กที่ยื่นออกมาจนผิดปกติ แล้วตกแต่งให้มีรูปร่างใกล้เคียงกับขนาดปกติมากที่สุด
  3. ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 1 ชั่วโมง ไหมที่เย็บเป็นไหมละลาย ไม่ต้องกลับมาตัดไหมภายหลัง
  4. เมื่อผ่าตัดเสร็จแล้ว แพทย์จะให้คนไข้นอนพักเพื่อสังเกตอาการประมาณ 1 ชั่วโมง หากไม่มีอาการผิดปกติก็สามารถกลับบ้านได้
  5. ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก แผลจะมีอาการบวมเล็กน้อย หลังจากนั้นจะค่อยๆ ดีขึ้น

ตกเเต่งเลเบีย

การดูแลหลังผ่าตัด

  1. สามารถอาบน้ำได้ตามปกติ แต่ห้ามใช้น้ำยาทำความสะอาดภายในต่างๆ ให้ล้างด้วยน้ำสะอาดเป็นเวลา 1 เดือน
  2. งดอาหารแสลงพวกของหมักดอง อาหารทะเล เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และบุหรี่ประมาณ 1 เดือน
  3. งดมีเพศสัมพันธ์ 1-2 เดือนหลังผ่าตัด
  4. ทานยาและปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

ทำเลเบียกับโรงพยาบาลเลอลักษณ์

  1. ผ่าตัดโดยสูตินรีแพทย์เท่านั้น
  2. แพทย์ทุกท่านของโรงพยาบาลเป็นศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง และเป็นสมาชิกสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งเสริมสวยแห่งประเทศไทย (ThSAPS) แพทย์เฉพาะทางจะต้องเรียนหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต 6 ปี ต่อด้วยศัลยศาสตร์ทั่วไป 3 ปี และศัลยศาสตร์ตกแต่งอีก 3 ปี รวมเป็น 12 ปี และยังมีประสบการณ์การผ่าตัดศัลยกรรม 10 ปีขึ้นไปทุกท่าน ดังนั้นจึงสามารถมั่นใจได้ว่า แพทย์ของเรามีความเชี่ยวชาญและน่าเชื่อถือแน่นอน
  3. โรงพยาบาลได้มาตรฐาน เครื่องมือแพทย์ครบครัน ห้องผ่าตัดปลอดเชื้อด้วยระบบกรองอากาศ HEPA Filter (High Efficiency Particulate Air Filter) เพื่อควบคุมปริมาณฝุ่นละอองที่มีอนุภาคขนาดเล็กและเชื้อโรคต่างๆ ได้ 99.99% และระบบ Oxygen Pipeline หรือออกซิเจนช่วยชีวิตสำหรับผู้ป่วยในกรณีฉุกเฉิน รวมถึงมีทีมแพทย์และพยาบาลคอยดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง
  4. เทคนิค Beauty Dream เอกสิทธิ์จากโรงพยาบาลเลอลักษณ์ ที่ทำให้คุณไม่รู้สึกเจ็บขณะผ่าตัด
  5. รับประกันงานศัลยกรรมภายใน 6 เดือนหลังจากทำ

รีแพร์

รีแพร์ (Repair)

การมีเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องธรรมชาติและมีความสำคัญสำหรับการใช้ชีวิตคู่ ดังนั้น หากมีปัญหาแล้วไม่ได้รับการแก้ไข อาจทำให้เกิดความไม่เข้าใจกัน ยิ่งสะสมไว้นานวัน ปัญหาอาจบานปลายจนถึงขั้นหย่าร้างได้ ซึ่งปัญหาช่องคลอดหย่อนยาน กว้างผิดปกติ หรือไม่กระชับเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ผู้หญิงที่ผ่านการคลอดบุตรหลายๆ คนแล้วเกิดการฉีกขาด หรือช่องคลอดผ่านการใช้งานมาก ขณะมีเพศสัมพันธ์จึงเกิดความรู้สึกไม่กระชับ ส่งผลให้ไม่มีความสุข

การทำรีแพร์แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่

  1. ผ่าตัดทำสาวเพื่อกระชับรัก

เป็นการผ่าตัดกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อที่หย่อนยานในช่องคลอดออก ซึ่งจะทำตลอดความยาวทั้งหมดของช่องคลอด พร้อมทั้งตัดผิวหนังบริเวณปากช่องคลอดออกด้วย เพื่อให้ขนาดหรือเส้นผ่านศูนย์กลางของช่องคลอดเล็กลงและกระชับมากขึ้น ผลที่ได้คือการหดรัดและการควบคุมดีกว่าเดิม ทำให้มีความสุขในการมีเพศสัมพันธ์มากขึ้น

  1. แก้ปัญหาช่องคลอดหย่อนยานจากภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อน

การทำรีแพร์ไม่ได้ทำเพื่อเรื่องของการมีเพศสัมพันธ์เท่านั้น แต่ยังสามารถแก้ไขปัญหาช่องคลอดหย่อนยานจากภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อน ซึ่งเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น การคลอดบุตร, การยกของหนัก, ผู้ที่มีภาวะท้องผูกเรื้อรัง, ผู้ที่เป็นโรคปอดทำให้มีการไออยู่เป็นประจำ ฯลฯ ซึ่งมักส่งผลอื่นตามมา  ไม่ว่าจะเป็นการเจ็บปวดขณะมีเพศสัมพันธ์ มดลูกเคลื่อนย้อยลงมาในช่องคลอด ปัสสาวะเล็ดหรือกลั้นไม่อยู่ระหว่างการทำงาน ออกกำลังกายหรือแม้แต่ในยามไอหรือจาม

วิธีผ่าตัด มี 2 แบบ ดังนี้

  1. ใช้มีดผ่าตัด เป็นแบบทั่วไป มีการเย็บแผลตามปกติ
  2. ใช้เลเซอร์ ในการช่วยกรีดหรือตัดแทนมีด ส่งผลให้การผ่าตัดมีความแม่นยำขึ้นและเสียเลือดน้อยลง

การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัด

  1. งดน้ำและอาหารอย่างน้อย 6 ชั่วโมงก่อนผ่าตัด
  2. อาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดตามปกติ
  3. งดการใช้ยาบางชนิดที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน
  4. ถ้ามีโรคประจำตัวหรือแพ้ยาต้องแจ้งให้แพทย์ทราบล่วงหน้า
  5. ควรผ่าตัดช่วงหลังประจำเดือนหมดไม่นานนัก (ไม่เกิน 1 สัปดาห์) เพื่อป้องกันแผลอักเสบและการปนเปื้อนของเลือด

ขั้นตอนการผ่าตัด

การผ่าตัดเล็ก สำหรับคนไข้ที่ต้องการกระชับช่องคลอดเพียงอย่างเดียว เป็นการผ่าตัดเฉพาะด้านหลัง ใช้แค่ยาชา ไม่ต้องวางยาสลบ โดยมีขั้นตอนดังนี้

-แพทย์ฉีดยาชาบริเวณรอบๆ ช่องคลอดด้านนอก โดยไม่ต้องวางยาสลบ

-ทำการผ่าตัดตกแต่งผนังช่องคลอดด้านล่าง พร้อมทั้งตัดผนังส่วนเกินของช่องคลอดออก แล้วเย็บผนังเข้าหากัน ช่องคลอดจะกระชับขึ้น

-ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 1 ชั่วโมง หลังจากนั้นสามารถกลับบ้านได้

-หลังจากผ่าตัด 1 สัปดาห์ แพทย์จะนัดให้มาดูความเรียบร้อยของแผล

การผ่าตัดใหญ่ สำหรับแก้ไขช่องคลอดหย่อนยานจากภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อน เป็นการผ่าตัดทั้งด้านหน้าและด้านหลังของผนังช่องคลอดเพื่อรักษาอาการปัสสาวะเล็ด มดลูกหย่อนยาน ฯลฯ การผ่าตัดมีรายละเอียดมากกว่าการผ่าตัดเล็ก โดยมีขั้นตอนดังนี้

-เริ่มจากการให้ยานอนหลับทางหลอดเลือดดำ เมื่อคนไข้หลับแล้ว แพทย์จะฉีดยาชาบริเวณด้านหลังของผนังช่องคลอด

-กรีดแผลเปิดในแนวกึ่งกลางของผนังช่องคลอดด้านหลัง เริ่มจากปากช่องคลอดขึ้นไปจนเกือบถึงช่องคลอดส่วนยอด

-เลาะแยกผิวช่องคลอดออกจากชั้นเนื้อเยื่อ (พังผืด) ที่พยุงอยู่ด้านล่าง จากนั้นเย็บซ่อมชั้นเนื้อเยื่อส่วนที่มีปัญหาเข้าหากัน

-อาจซ่อมแซมฝีเย็บโดยการเย็บกล้ามเนื้อที่อยู่ใต้ฝีเย็บเข้าหากัน เพื่อสร้างบริเวณฝีเย็บขึ้นใหม่

-เย็บปิดผิวช่องคลอดด้วยไหมละลาย ซึ่งจะถูกดูดซึมไปภายใน 4-6 สัปดาห์ การผ่าตัดทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

-หลังผ่าตัดเสร็จ อาจมีการใส่ผ้ากอซในช่องคลอดเพื่อห้ามเลือดและลดรอยฟกช้ำหลังผ่าตัด ร่วมกับใส่สายสวนปัสสาวะ ซึ่งทั้งหมดจะถูกถอดออกภายใน 3-48 ชั่วโมงหลังผ่าตัด

การดูแลหลังการผ่าตัด

  1. ใน 3 วันแรกขยับตัวให้น้อยที่สุด นอนให้นิ่งที่สุด แผลจะได้หายเร็ว
  2. งดการยกของหนักประมาณ 2 สัปดาห์
  3. สามารถอาบน้ำได้ตามปกติ แต่ห้ามใช้น้ำยาทำความสะอาดภายในต่างๆ ให้ล้างด้วยน้ำสะอาดเป็นเวลา 1 เดือน
  4. ควรทานอาหารที่มีกากใยและดื่มน้ำมากๆ
  5. ไม่กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระ
  6. ถ้ามีอาการบวม เขียวช้ำ หรือปัสสาวะไม่ออกให้รีบปรึกษาแพทย์ทันที
  7. หากมีเลือดออกใน 2-3 วันแรก สามารถใส่ผ้าอนามัยเพื่อซับเลือดได้
  8. แผลจะหายภายใน 7 – 10 วัน โดยไหมจะละลายไปเอง ไม่ต้องตัดไหม
  9. ทานยาและปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์ และมาพบแพทย์หลังผ่าตัด 1 สัปดาห์
  10. งดมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 45 วันหลังผ่าตัด
  11. งดอาหารแสลงพวกของหมักดอง อาหารทะเล เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และบุหรี่ประมาณ 1 เดือน

ทำรีแพร์กับโรงพยาบาลเลอลักษณ์

  1. ผ่าตัดโดยสูตินรีแพทย์เท่านั้น
  2. แพทย์ทุกท่านของโรงพยาบาลเป็นศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง และเป็นสมาชิกสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งเสริมสวยแห่งประเทศไทย (ThSAPS) แพทย์เฉพาะทางจะต้องเรียนหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต 6 ปี ต่อด้วยศัลยศาสตร์ทั่วไป 3 ปี และศัลยศาสตร์ตกแต่งอีก 3 ปี รวมเป็น 12 ปี และยังมีประสบการณ์การผ่าตัดศัลยกรรม 10 ปีขึ้นไปทุกท่าน ดังนั้นจึงสามารถมั่นใจได้ว่า แพทย์ของเรามีความเชี่ยวชาญและน่าเชื่อถือแน่นอน
  3. โรงพยาบาลได้มาตรฐาน เครื่องมือแพทย์ครบครัน ห้องผ่าตัดปลอดเชื้อด้วยระบบกรองอากาศ HEPA Filter (High Efficiency Particulate Air Filter) เพื่อควบคุมปริมาณฝุ่นละอองที่มีอนุภาคขนาดเล็กและเชื้อโรคต่างๆ ได้ 99.99% และระบบ Oxygen Pipeline หรือออกซิเจนช่วยชีวิตสำหรับผู้ป่วยในกรณีฉุกเฉิน รวมถึงมีทีมแพทย์และพยาบาลคอยดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง
  4. เทคนิค Beauty Dream เอกสิทธิ์จากโรงพยาบาลเลอลักษณ์ ที่ทำให้คุณไม่รู้สึกเจ็บขณะผ่าตัด
  5. รับประกันงานศัลยกรรมภายใน 6 เดือนหลังจากทำ

 

**ราคาเริ่มต้นที่ 15,900 บาท