ลดขนาดหน้าอก

ผู้หญิงทุกคนก็อยากมีรูปร่างที่สมส่วน ไม่มีอะไรมากหรือน้อยเกินไป แต่ในชีวิตจริงคงไม่มีอะไรง่ายและลงตัวขนาดนั้น บางคนเกิดมามีหน้าอกเล็ก แบน แฟบ แต่ผู้หญิงอีกหลายคนประสบปัญหาหน้าอกมีขนาดใหญ่เกินไป ใส่ชุดอะไรก็ไม่สวย กลายเป็นคนขาดความมั่นใจ

ซึ่งปัญหาดังกล่าวไม่ได้ส่งผลต่อสภาพจิตใจเท่านั้น ยังกระทบถึงสุขภาพด้วย เริ่มจากโครงสร้างของกระดูกสันหลังไล่จากคอลงมา การมีน้ำหนักถ่วงจากด้านหน้าทำให้ต้องพยายามเกร็งเพื่อทรงตัวให้ได้ตลอดเวลา กระดูกคอจะแอ่นมากกว่าปกติ กระดูกช่วงหลังจะโค้ง ส่งผลให้ปวดคอ ปวดหลัง เมื่อเป็นอย่างนี้ซ้ำๆ ทุกวัน อาจกลายเป็นโรคกระดูกสันหลังเสื่อมได้ นอกจากนั้นเต้านมที่ใหญ่ยังมีโอกาสเกิดการเสียดสีของเนื้อหน้าอกส่วนที่อยู่ใต้ราวนม เป็นเหตุให้เกิดอาการอับชื้นและมีแผลถลอกเกิดขึ้นได้

การลดขนาดของเต้านมหรือแก้ไขเต้านมที่หย่อนยานมีหลายวิธี ทั้งออกกำลังกาย ใช้เจลหรือครีมนวดสลายไขมันส่วนเกิน ลดปริมาณอาหาร ฯลฯ แต่ถ้าลองวิธีเหล่านี้แล้วยังไม่ได้ผล คงต้องใช้วิธีการผ่าตัดเพื่อลดขนาดลง ซึ่งมีหลายวิธี
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประสบการณ์และความชำนาญของแพทย์ รวมถึงขนาดเต้านมของคนไข้เป็นหลักในการเลือกวิธีการผ่าตัด แต่ส่วนใหญ่จะมีหลักการสำคัญคล้ายๆกัน คือ

-ต้องตัดเต้านมส่วนเกินออก

-ต้องเลื่อนระดับหัวนมขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม

-ต้องตัดแต่งผิวหนังและไขมันรอบเนื้อนมที่หย่อนยานออก เพื่อเย็บสร้างเต้านมให้มีรูปทรงและขนาดที่เหมาะสม รวมทั้งกระชับส่วนที่หย่อนยานด้วย

กระบวนการทั้งหมดจะมีแผลเย็บค่อนข้างมาก ในกรณีที่ลดขนาดไม่มาก แพทย์อาจผ่าตัดเข้าเฉพาะที่ปานนมอย่างเดียว จะทำให้มีแผลเย็บบริเวณรอบปานนมเท่านั้น แต่หากต้องลดขนาดมาก ก็จำเป็นต้องตัดเนื้อเต้านมออกไปมาก แผลเย็บจะค่อนข้างยาว เป็นรูปร่างคล้ายตัว T กลับหัวหรือสมอเรือ รูปทรงของเต้านมที่ได้อาจแตกต่างกันบ้างเล็กน้อย ดังนั้นก่อนผ่าตัด คนไข้ควรตกลงรายละเอียดเรื่องนี้กับแพทย์ให้ดี

เรื่องสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ ผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว ควรปรึกษาสามีก่อนทำการผ่าตัด เพราะเคยมีกรณีที่ภรรยาตัดสินใจผ่าตัดโดยไม่บอกก่อน สุดท้ายสามีรับไม่ได้กับรอยแผลเป็น ส่งผลให้ทะเลาะกัน กลายเป็นเรื่องใหญ่โตบานปลายเลยทีเดียว

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด

1. เตรียมตัวหยุดงานประมาณ 10 วัน

2. งดยากลุ่มต้านการอักเสบ (NSAID) เช่น แอสไพริน เป็นเวลา 10 วันก่อนการผ่าตัด

3. ตรวจเต้านมเพื่อหาความผิดปกติ โดยเฉพาะหากมีประวัติมะเร็งเต้านมในครอบครัว อย่าลืมบอกแพทย์ด้วยทุกครั้ง เพราะเต้านมที่โตมากอาจต้องทำการตรวจหาเนื้องอกโดยการทำแมมโมแกรม (Mammogram) ให้ละเอียดก่อนผ่าตัด

4. ตรวจเลือดเพื่อหาโรคที่เป็นอุปสรรคต่อการดมยาสลบ รวมทั้งตรวจเช็คหัวใจหรือปอด เมื่อไม่มีความผิดปกติก็สามารถรับการผ่าตัดได้

5. แพทย์จะทำการวัดและกำหนดจุดต่างๆ ที่สำคัญสำหรับการผ่าตัด เพื่อจะได้ทราบขนาดและตำแหน่งของหัวนมใหม่ จะได้ไม่มีปัญหาเรื่องตำแหน่งผิดพลาด ขนาดของเต้านมจะได้ใกล้เคียงกันมากที่สุด โดยเฉพาะในรายที่มีขนาดเต้านมไม่เท่ากัน การผ่าตัดจะยากขึ้นไปอีก

ขั้นตอนการผ่าตัด

1. วัดตำแหน่งของเต้านมในท่ายืน เพื่อกำหนดปริมาณเนื้อนมที่ต้องการ

2. แพทย์ให้คนไข้ดมยาสลบ

3. แพทย์ตัดผิวหนังและเนื้อบริเวณเต้านมออก จัดวางตำแหน่งของหัวนมใหม่และเย็บปิดแผล

4. ใส่สายยางระบายเลือดและนอนพักที่โรงพยาบาลอย่างน้อย 1 คืน

การดูแลหลังการผ่าตัด

การดูแลหลังผ่าตัดเป็นสิ่งสำคัญมาก ต้องนอนพักในโรงพยาบาลเพื่อสังเกตอาการต่างๆ เมื่อแผลเรียบร้อยดีแล้วก็สามารถกลับบ้านได้ ประมาณ 1 – 2 สัปดาห์แพทย์จะนัดมาตรวจเต้านมอีกครั้ง คุณอาจมีอาการปวดและฟกช้ำที่หน้าอกบ้าง แต่จะค่อยๆ หายไปเอง หากไม่มีอาการแทรกซ้อนอื่นๆ เต้านมใหม่จะเข้าที่และได้รูปทรงขึ้นภายใน 1 – 2 เดือน

เมื่อแผลเข้าที่ดีแล้ว ขนาดของหน้าอกจะไม่โตขึ้นกว่าเดิม แต่ปริมาณไขมันอาจเพิ่มขึ้นได้ตามน้ำหนักตัว และเมื่ออายุมากขึ้น ความหย่อนคล้อยก็สามารถกลับมาเยี่ยมเยียนได้อีกครั้งเช่นกัน จึงควรใส่ชุดชั้นในประคองเต้านมหลังการผ่าตัดตลอดเวลา ไม่ควรโนบราบ่อยเกินไป เพราะมีโอกาสที่เต้านมจะหย่อนได้แม้จะมีขนาดพอเหมาะแล้วก็ตาม

แก้ไขหัวนมบอด

หัวนมบอดเป็นปัญหาที่น่าหนักใจของผู้หญิง หลายคนกังวลว่า ถ้ามีลูกจะให้นมอย่างไรมันเกิดจากอะไรกันแน่

หัวนมบอดไม่ใช่โรค แต่เป็นความผิดปกติของลักษณะหัวนมที่ไม่โผล่ขึ้นมา โดยเกิดได้จากท่อนมสั้นหรือพังผืดรัด ซึ่งไม่มีอันตรายใดๆ เพราะสามารถเกิดขึ้นได้กับผู้หญิงหลายคน ส่วนใหญ่มักจะเป็นตั้งแต่แรกเกิดเลยก็ว่าได้

ลักษณะของหัวนมบอดแบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่

1. ขั้นแรก

เป็นหัวนมบอดแบบไม่ถาวร คือหัวนมที่บุ๋มลงมาแต่สามารถยื่นออกมาได้ในบางเวลา เช่น อากาศหนาวหรือมีความรู้สึกทางเพศ ซึ่งลักษณะหัวนมบอดแบบนี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการหมั่นดึงบ่อยๆ หรือใช้อุปกรณ์ช่วย โดยใส่ไว้ที่หัวนมใต้ชุดชั้นในทุกวัน วันละ 8 ชั่วโมงเป็นเวลา 3 เดือน อุปกรณ์นี้จะใช้ระบบสูญญากาศเป็นตัวช่วยดึงหัวนมขึ้นมา

2. ขั้นกลาง

หัวนมบุ๋มลงไปค่อนข้างลึก ดึงขึ้นมายาก อาจลองใช้อุปกรณ์ช่วยดึงหัวนมแต่จะเห็นผลช้ามาก

3. ขั้นรุนแรง

หัวนมบอดถาวร บุ๋มลงไปแบบเห็นชัดเจน ไม่สามารถดึงขึ้นมาและใช้อุปกรณ์ช่วยได้ ต้องแก้ไขด้วยการผ่าตัดอย่างเดียวเท่านั้น

ถ้าสำรวจตัวเองแล้วว่า ลักษณะหัวนมของคุณเป็นขั้นรุนแรงจริงๆ ก็ต้องใช้วิธีผ่าตัด ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด

1. งดกลุ่มยาต้านการอักเสบ (NSAID ) เช่น แอสไพริน 7-10 วันก่อนผ่าตัด

2. ถ้ามีโรคประจำตัวควรแจ้งให้แพทย์ทราบ

3. เตรียมชุดชั้นในที่หลวมกว่าปกติเพื่อใส่หลังการผ่าตัด

4. ไม่ต้องงดน้ำและอาหาร

5. ผู้ที่เป็นโรคหัวใจควรปรึกษาอายุรแพทย์ก่อนผ่าตัด

ขั้นตอนการผ่าตัด

1. เริ่มจากฉีดยานอนหลับเพื่อคลายความกังวล ต่อด้วยการฉีดยาชา (จะได้ไม่รู้สึกเจ็บ)

2. ทำการผ่าตัด ซึ่งนิยมทำ 2 วิธี คือ

วิธีที่ 1 ดึงหัวนมขึ้นแล้วทำการผ่าตัดลงไปบริเวณฐานของหัวนม จากนั้นเลาะพังผืดและท่อนม แล้วเย็บรวบที่ฐานของหัวนมให้เล็กลง ต่อจากนั้นทำการเย็บปิด

วิธีที่ 2 ผ่าตัดเข้ากลางหัวนม แล้วเข้าไปตัดพังผืดหรือท่อนมส่วนที่ดึงรั้งอยู่ออก จากนั้นทำการเย็บกลับคืน

3. หลังจากยกหัวนมขึ้นแล้ว จะใช้ไหมเย็บปิดแผลเพื่อป้องกันหัวนมหดเข้าไป

การดูแลหลังผ่าตัด

1. ห้ามแผลโดนน้ำใน 2-3 วันแรกหลังผ่าตัด

2. ประคบเย็น

3. ถ้ามีเลือดออกมากหลังผ่าตัดควรรีบติดต่อแพทย์ทันที

4. ใส่ชุดชั้นในหลวมๆ

5. ทานยาและปฏิบัติตัวตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด

6. แพทย์จะนัดตัดไหมภายใน 7 วัน

หัวนมบอดเป็นปัญหาที่ต้องรีบแก้ไข เพราะเป็นเรื่องของความมั่นใจ รวมถึงจะได้หมดความกังวลเรื่องการมีบุตรในอนาคตด้วย

ลดขนาดหัวนม

ลดขนาดหัวนม
การทำศัลยกรรมตกแต่งลดขนาดหัวนมจะทำในกรณีที่

1. ปานนมและหัวนมใหญ่เกินไป

หัวนมใหญ่มักเกิดร่วมกับปานนมใหญ่ ปัญหานี้จะเกิดหลังจากการตั้งครรภ์ สามารถทำให้ปานนมเล็กลงได้โดยวัดขนาดที่ต้องการแล้วตัดส่วนนั้นออก ควบคู่กับการลดขนาดหัวนม แล้วเย็บรวมกัน ในช่วงแรก บริเวณรอยเย็บจะมีลักษณะเป็นจีบๆ จากนั้นประมาณ 3 เดือน จีบที่เห็นจะค่อยๆ เลือนหายไปและจะกลับมาเรียบเหมือนเดิม การผ่าตัดนี้ควรทำเมื่อไม่ต้องการมีลูกแล้ว เพราะถ้าตั้งครรภ์อีกปานนมก็จะมีขนาดใหญ่ขึ้นอีก

วิธีผ่าตัด

แพทย์จะทำการตัดเนื้อหัวนมออก 1 ส่วนเล็กๆ แล้วเย็บเนื้อส่วนที่เหลือเข้าหากัน

หัวนมใหญ่

2. หัวนมยาวเกินไป (มักเกิดจากการให้นมบุตร)

วิธีผ่าตัด

ทำให้หัวนมเล็กและสั้นลงด้วยวิธีผ่าครึ่งหัวนมออกแล้วเย็บกลับคืน

หัวนมสูง

เรื่องที่ต้องคิดก่อนการผ่าตัด

1. ต้องการลดความกว้าง ความสูง หรือทั้งสองอย่าง

2. ในบางเทคนิคอาจทำให้เกิดอาการชาที่หัวนมและส่งผลให้ความรู้สึกลดลงได้ ถ้าส่วนนี้มีความสำคัญมาก อาจต้องเลือกเทคนิคที่มีอาการชาน้อยลง

3. ถ้ามีแผนจะตั้งครรภ์ในอนาคต ต้องปรึกษาแพทย์ให้ดี เพราะการผ่าตัดอาจส่งผลต่อการให้นมบุตรได้

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด

1. หยุดงาน 1 – 2 วัน

2. งดกลุ่มยาต้านการอักเสบ (NSAID ) เช่น แอสไพริน รวมทั้งอาหารบางตัวที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น กระเทียม น้ำมันปลา อย่างน้อย 2 อาทิตย์ก่อนการผ่าตัด

3. งดสูบบุหรี่ก่อนผ่าตัด 1 สัปดาห์

4. ไม่ต้องงดน้ำและอาหารก่อนผ่าตัด

5. ควรเตรียมชุดชั้นในหลวมๆ มาในวันผ่าตัด

6. ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อน

ขั้นตอนการผ่าตัด

แพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะที่เข้าไปบริเวณหัวนมและปานนมโดยตรง จากนั้นตัดปานนมส่วนที่เกินแล้วเย็บปิดเป็นลักษณะหูรูด ส่วนตรงหัวนมจะเลาะเนื้อหัวนมส่วนล่างออกแล้วเย็บลงมาติดกัน สุดท้ายเย็บปิดแผล การผ่าตัดจะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง หลังทำเสร็จคนไข้สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ปกติ

การดูแลหลังการผ่าตัด

1. ใช้ลำสีชุบน้ำเกลือเช็ดแผลเช้า – เย็น แล้วทายาฆ่าเชื้อ

2. นัดตัดไหมภายใน 5 หรือ 7 วัน

3. ถ้ามีอาการบวมหรือเลือดออกมากให้ปรึกษาแพทย์ทันที

4. ใส่ชุดชั้นในได้ทันทีหลังผ่าตัด

5. ทานยาตามที่แพทย์สั่งจนครบ

6. ประคบเย็น

7. ห้ามให้แผลโดนน้ำจนกว่าจะตัดไหม

การผ่าตัดตกแต่งหัวนมไม่ได้ยุ่งยากอย่างและน่ากลัว แถมยังใช้เวลาไม่นาน มีความปลอดภัย เพียงแค่ต้องคำนึงถึงผลข้างเคียงในรายที่ต้องการมีบุตรในอนาคตเท่านั้น

ลดขนาดปานนม

ปานนมขนาดใหญ่อาจเป็นตั้งแต่กำเนิดหรือหลังการตั้งครรภ์และให้นมบุตร แต่โดยทั่วไปการผ่าตัดลดขนาดปานนมจะไม่มีผลต่อการให้นมบุตร

ปานนม

ขั้นตอนการผ่าตัด

1. ฉีดยาชาเฉพาะที่รอบหัวนม

2. แพทย์จะตัดปานนมส่วนที่เกินออก

3. เย็บปิดแผลชั้นในและแผลชั้นนอกของบริเวณปานนม

การดูแลหลังผ่าตัด

1. ปกติแพทย์จะนัดมาตัดไหมเมื่อครบ 5 วันหลังผ่าตัด

2. ถ้ามีเลือดออกมากควรติดต่อแพทย์ในทันที

3. หลังผ่าตัดปานนมให้ใส่ชุดชั้นในหลวมๆ ประมาณ 2 อาทิตย์

4. หลังเปิดแผลในวันที่ 1 ใช้ครีมแก้อักเสบและทำความสะอาดแผลเช้า – เย็น

5. แผลเป็นที่รอบปานนมจะมีลักษณะเป็นจีบๆ ในช่วงแรก หลังจากนั้นจะค่อยๆ จางไป

6. ห้ามแผลโดนน้ำจนกว่าจะตัดไหม

7. หลังจากตัดไหม 1 สัปดาห์ ให้ทายาลบรอยแผลเป็นได้