Medlite C6

Medlite C6

Q-Switched Nd:YAG Laser คืออะไร

Laser ที่มีความยาวคลื่น 532 และ 1064 นาโนเมตร โดยเลเซอร์จะไปเลือกจับและทำลายเม็ดสีที่ผิดปกติที่อยู่ในชั้นใต้ผิวหนังระดับตื้นๆ (Epidermis) และทำลายเม็ดสีที่ผิดปกติที่อยู่ในชั้นผิวหนังระดับลึก (Dermis) โดยเนื้อเยื่อที่อยู่บริเวณโดยรอบจะไม่เป็นอันตรายใดๆทั้งสิ้น

Medlite C6

เป็นเครื่อง Q-Switched Nd:YAG Laser รุ่นล่าสุดจากสหรัฐอเมริกา ที่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัย US FDA และ อย.ไทย เป็นที่เรียบร้อย และยังได้รับการยอมรับจากโรงพยาบาลผิวหนังชั้นแนวหน้าจากหลากหลายประเทศ ถึงผลการรักษาและมีความปลอดภัยในการรักษาสูง

Medlite C6 เป็นเทคโนโลยี ซึ่งจะให้เลเซอร์ออกมา 2 ชนิด

– ชนิดแรก เป็นเลเซอร์ความยาวคลื่น 532 nm. ซึ่งจะมีผลทำลายต่อเม็ดสีที่อยู่ในชั้นตื้น เช่น กระ ฝ้า

– ชนิดที่ 2 เป็นเลเซอร์ที่มีความยาวคลื่น 1,064 nm. ซึ่งจะมีผลต่อเม็ดสีของผิวหนังด้านล่าง เช่น กระลึก แผลเป็น

แต่ถ้าใช้เลเซอร์ทั้ง 2 ชนิดร่วมกัน จะให้เลเซอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงมากพอที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสีผิวทั้งใบหน้า จะทำให้ผิวหน้าขาวใสเรียบเนียนขึ้น

ขั้นตอนการรักษา

ก่อนทำการรักษา จะทำความสะอาดผิวหน้าและเครื่องสำอางออกให้หมด กรณีของการรักษารอยสักจะทายาชาก่อนทำประมาณ 30นาที ถึง 1 ชั่วโมง ขณะรักษาจะรู้สึกอุ่นหรือร้อนในบางบริเวณ ขณะยิงจะรู้สึกเจ็บๆคันๆเพียงเล็กน้อย ใช้เวลาเพียง 30 นาทีต่อครั้งเท่านั้น

ผลการรักษาด้วย Medlite C6

  1. กระตื้น กระลึก ฝ้า ไฝ
  2. กระลึก ปานดำ รอยสิว
  3. รอยสักสีต่างๆ แผลเป็น
  4. แผลผ่าตัด แผลอุบัติเหตุ
  5. ช่วยปรับสภาพสีผิวให้ขาวเรียบเนียนขึ้น
  6. ฝ้า กระ จาง ลงตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ
  7. ช่วยทำให้ผิวกระชับอ่อนเยาว์ และริ้วรอยลดลง
  8. ช่วยทำให้ใบหน้าดูขาวใส เรียบเนียน
  9. ลดรอยดำ รอยแผลเป็นที่เกิดจากสิว
  10. ช่วยรักษาปัญหาผิวหยาบกร้าน รูขุมขนใหญ่
  11. กำจัดขนถาวร

รักษาด้วย Medlite C6 ดีอย่างไร?

1.ใช้เวลาในการรักษาน้อย

2.เป็นการรวม2เทคโนโลยีเลเซอร์ ไว้ในเครื่องเดียว

3.ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ จากองค์การอาหารและยา ของประเทศ

สหรัฐอเมริกา (US FDA)

4.เป็นเครื่องมือที่มี ประสิทธิภาพมากว่าเครื่อง IPL ที่ทำได้แค่ทำลายเม็ดสีผิดปกติที่อยู่ในชั้นใต้ผิวหนัง

ระดับตื้น ๆได้เพียงบางส่วนเท่านั้น

5.ไม่ทำให้เกิดรอยแผลเป็นหลังทำการรักษา

6.รักษาได้ทุกสีผิวได้อย่างปลอดภัย

การดูแลหลังการรักษา

1.ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์

2.ทาครีมกันแดดเพื่อไม่ให้ฝ้า เกิดขึ้นอีก

3.ทามอยเจอร์ไรเซอร์ บำรุงผิวให้ดูกระจ่างใส

Fractional CO2

Fractional CO2

Fractional CO2 Laser เป็นเลเซอร์เปลี่ยนผิวใหม่โดยการกำจัดผิวเดิมออกด้วยลำแสงเลเซอร์ขนาดจิ๋วที่มีระบบ Scanner ทำให้มีความแม่นยำสูงในการปล่อยพลังงานลงไปได้ลึกถึงระดับที่ต้องการ สามารถเลือกบริเวณที่ทำการรักษาได้เฉพาะเจาะจง ไม่จำเป็นต้องฉีดยาชาเพราะไม่เจ็บปวดรุนแรง หลังการเปลี่ยนผิวใหม่ ผิวจะเรียบเนียน นุ่ม และใสขึ้น รอยดำจางลง รอยแดงลดลง รูขุมขนกระชับ แผลเป็นหลุมสิวตื้นขึ้น ริ้วรอยจางลง สุขภาพผิวดีขึ้น ใบหน้าดูอ่อนเยาว์กว่าเดิม การรักษาเพียง 1-2 ครั้งผลการรักษาอยู่ได้นานกว่า 1 ปี

แฟรคชั่นแนล ซีโอทู (Fractional CO2) ทำงานอย่างไร

ทำงานด้วยการปล่อยคลื่นแสงในช่วง 10,600 นาโนเมตรลงสู่ใต้ผิวหนังด้วยจุดเล็กๆเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 0.07 mm.ต่อจุดในปริมาณนับพันๆจุดต่อตารางเซนติเมตร ลงไปบนจุดที่ผิวมีปัญหาเมื่อแสงสัมผัสกับผิวจะเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน กระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่ ทำลายเซลล์เก่าที่ตายไป ให้ลอกหลุดภายใน 1-2 สัปดาห์พบกับผิวใหม่ที่ เรียบเนียนใส และ ยกกระชับ

การเปลี่ยนผิวใหม่ด้วยเลเซอร์ Fractional CO2 Smart xide ทำงานโดยการการยิงลำแสงที่มีขนาดเล็กมากๆ เข้าไปในผิว กระตุ้นให้ผิวสร้าง Collagen ใหม่ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ระบบ Scanner ของ Smart xide จะจับระดับความตื้นลึกของผิวบริเวณที่ทำการรักษา แล้วจึงสามารถกำหนดระดับความลึกของเลเซอร์ให้พอดีกับทั้งผิวนูนและผิวที่เป็นหลุม ผลการรักษาจึงได้ประสิทธิภาพมากและเห็นผลชัดเจน

หลังการรักษาครั้งแรก

จะพบความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับผิวทันที เรียบเนียนใส เซลล์ผิวใหม่ทดแทนเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพได้ประมาณ 10-20 % ของพื้นที่ผิวทั้งหมด และถึงแม้จะหยุดการรักษาไปแล้ว 3-6 เดือน ผลการรักษาก็จะดีขึ้นเรื่อยๆเนื่องจาก Collagen Remodeling Process ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง

บริเวณที่เหมาะกับการทำแฟรคชั่นแนล ซีโอทู (Fractional CO2)

– ริ้วรอยเล็กรอบดวงตา รอบปาก

– รอยร่องลึกที่แก้มและหน้าผาก

– บริเวณที่เป็นสิว

– บริเวณที่มีแผลเป็นหลุมสิว

– บริเวณที่มีเม็ดสีผิดปกติ

– ทั่วใบหน้า ลำคอ เข่า ข้อศอก มือ แขน

ระยะเวลาในการรักษาด้วยแฟรคชั่นแนล ซีโอทู (Fractional CO2)

การทำการรักษาด้วยเลเซอร์ Fractional CO2 ต้องทำตั้งแต่ 1-4 ครั้ง ขึ้นอยู่กับระดับพลังงานที่ใช้ในการรักษาแต่ละครั้ง โดยการเปลี่ยนแปลงของผิวบริเวณใต้ตา สามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้หลังการรักษาประมาณ 1 สัปดาห์ ส่วนการรักษาแผลเป็นหลุมสิวนั้นต้องทำการรักษามากกว่า 1 ครั้ง ผลการรักษาโดยทั่วไปจะเห็นผลสูงสุดหลังการรักษาประมาณ 3-6 เดือน

ผลที่ได้จากการทำการรักษาด้วยแฟรคชั่นแนล ซีโอทู (Fractional CO2)

  • – ริ้วรอยจางลง
  • – รูขุมขนกระชับ
  • – ฝ้าจางลง
  • – รอยแดงจางลง
  • – สิวลดลง
  • – รอยแผลเป็นหลุมสิวตื้นขึ้น
  • – รอยดำและรอยแดงจากสิวจางลง
  • – กระและรอยดำบนผิวจางลง
  • รอยคล้ำใต้ตาจางลง
  • ใบหน้าดูอ่อนเยาว์กว่าเดิม ผิวสุขภาพดีขึ้น

ภาพก่อนและหลังทำ

CoolGlide Vantage

CoolGlide Vantage

นวัตกรรมเลเซอร์ที่มีความเข้มสูงในการ กำจัดขน

ปัจจุบันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการแพทย์เกี่ยวกับเลเซอร์ได้รับการพัฒนาอย่างรวดเร็ว มีการประดิษฐ์เลเซอร์หลายชนิดสำหรับดูแลปัญหาผิวพรรณต่างๆ ทำให้ผลการรักษามีประสิทธิภาพดีมากขึ้นอย่างชัดเจน ปัญหาผิวพรรณที่ได้รับความสนใจอย่างมากได้แก่ ผิวหน้าหมองคล้ำ กระ ฝ้า จุดด่างดำ รอยแผลเป็นหลุมสิว ผิวหน้าไม่เรียบ และรูขุมขนกว้าง กำจัดขน เลเซอร์แต่ละชนิดมีศักยภาพในการแก้ไขปัญหาผิวพรรณแต่ละประเภทได้แตกต่างกัน ดังนั้นต้องเลือกใช้ชนิดของเลเซอร์ให้ถูกต้องเหมาะสม

คลูไกด์ แวนเทจ (CoolGlide Vantage)

เป็นนวัตกรรมพลังงานเลเซอร์ที่มีความเข้มสูงในการ กำจัดขนได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัยสำหรับทุกสภาพผิว นอกจากนี้ CoolGide Vantage ยังช่วย รักษาปัญหาริ้วรอยเหี่ยวย่น ใช้ลบเลือนรอยแดง และรอยหมองคล้ำ จากแสงแดด รวมถึงริ้วรอยเล็ก ๆ รอยแผลเป็น และรักษาเส้นเลือดขอด ได้อีกด้วย โดยจะใช้แสงเลเซอร์ทีมีระดับไมโครวินาที เพื่อกระชับรูขุมขนและทำให้ใบหน้าเต่งตึงได้ด้วย

ขั้นตอนการรักษา

โกนขนบริเวณที่ทำ หลังจากนั้นก็จะทำการทายาชาและประคบความเย็นเพื่อไม่ให้เจ็บขณะทำ และต้องรอยาชาออกฤทธิ์ประมาณ 10-20 นาที เครื่อง CoolGlide จะปล่อยพลังงานเลเซอร์ที่มีความเข้มสูงในช่วงความถี่ที่สามารถเผาผลาญและทำลายได้ลึกถึงรากขน โดยใช้เม็ดสีที่อยู่ในเส้นขนเป็นตัวนำพาพลังงานความร้อน ลงไปยังรากขน โดยไม่ทำลายเนื้อเยื่อข้างเคียง การทำใช้เวลาประมาณ 10-30 นาที ขึ้นกับขนาดพื้นที่บริเวณที่ต้องการทำ หลังทำเลเซอร์จะมีการประคบความเย็นด้วยเพื่อให้ผลการรักษาดีที่สุด

บริเวณที่สามารถทำได้

-หนวด เครา จอน

-รักแร้

-ขนหน้าแข้ง

-Bikini line ขนในที่ลับ

-ขนที่แขน

-บนหน้าผาก

-และที่หลัง

ผลลัพธ์จากการรักษาด้วย คลูไกด์ แวนเทจ (CoolGlide Vantage)

1.กำจัดขนได้อย่างรวดเร็ว

2.กระชับรูขุมขน

3.ลดริ้วรอย

4.ฟื้นฟูผิว ทำให้ผิวแข็งแรง

5.ถูกแดด ถูกน้ำได้ทันที

6.สามารถไปทำงานต่อได้ ไม่ต้องพักพื้น

ต้องรักษากี่ครั้งถึงเห็นผล

เพื่อผลสูงสุดควรรักษา 3-5 ครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งห่างกันอย่างน้อย 1 เดือน เพื่อให้เกิดผลดีต่อเนื่อง

ภาพ ก่อน/หลัง การรักษา

ศัลยกรรมดูดไขมัน

ศัลยกรรมดูดไขมัน

ปัจจุบันผู้คนหันมาใส่ใจในเรื่องรูปร่างกันมากขึ้นอาจเห็นได้จากการเกิดขึ้นของสถานออกกำลังกายที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีผู้ที่สนใจเข้ารับบริการกันมากขึ้นผู้เข้าใช้บริการก็มีหลากหลายช่วงวัยด้วยกันตั้งแต่วัยรุ่นจนถึงวัยกลางคนช่วงปลาย การมีรูปร่างที่สมส่วนมีส่วนช่วยดึงดูดสายตาของผู้พบเห็นได้เป็นอย่างดี แสดงถึงการดูแลสุขภาพที่ดี แต่ปัจจุบันยังมีคนอีกหลากหลายกลุ่มที่อาจไม่มีเวลาออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อาจเป็นเพราะเหตุผลส่วนตัวหรืออะไรก็แล้วแต่ ผู้ผลิตเครื่องมือทางการแพทย์จึงได้มีการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาผสมผสานกันเพื่อช่วยตอบโจทย์ของผู้ที่อยากมีรูปร่างที่ดี

VASER Lipo คืออะไร

ในสมัยก่อนถ้าพูดถึงการดูดไขมัน คงหนีไม่พ้นเรื่องของการผ่าตัดซึ่งแน่นอนจะทำให้ผู้รับบริการเจ็บปวดและเสียเลือดมากจึงได้มีการคิดค้นนวัตกรรมสมัยใหม่เพื่อให้ผู้เข้ารับบริการเจ็บปวดน้อยที่สุดเสียเลือดน้อยที่สุด และเห็นผลอย่างชัดเจน

แต่เครื่องมือการดูดไขมันนั้นได้ถูกพัฒนาจากหลากหลายบริษัทจากหลากหลายประเทศในช่วงเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่ละเครื่องมืออาจใช้หลักการเดียวกัน แต่ใช่ว่าจะได้ผลลัพธ์ที่เหมือนกันทั้งนี้อาจเป็นเพราะเกิดจากหลากหลายปัจจัย ทั้งในด้านคุณภาพของวัสดุที่ใช้ในการผลิต และมาตรฐานความปลอดภัย ก็เป็นส่วนสำคัญมากเช่นกัน

ล่าสุด บริษัท Solta Medical ประเทศ สหรัฐอเมริกา ผู้นำด้านการผลิตเครื่องมือแพทย์ที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆของโลกได้พัฒนา นวัตกรรมการดูดไขมันที่สมบูรณ์แบบที่สุดภายใต้ชื่อ “VASER Lipo” โดยการใช้คลื่นเสียงความถี่สูง หรือ อัลตร้าซาวด์มาช่วยในการแยกไขมันออกจากเนื้อเยื่อ ซึ่งมีความเม่นยำสูงไม่ทำลายเส้นเลือดและเนื้อเยื่อที่สำคัญ เสียเลือดน้อยและสามารถดูดไขมันออกมาได้เป็นจำนวนมาก โดยใช้เวลาเพียงไม่นาน “VASER Lipo” ได้รับการยอมรับจากหลากหลายสถาบันทั่วโลก ผ่านมาตรฐาน US FDA และ อย.ไทย และ มาตรฐานอื่นๆอีกมากมายทำให้ “VASER Lipo” ได้ถูกคัดเลือกให้เป็นนวัตกรรมการดูดไขมันที่ดีที่สุดในปัจจุบัน

การสลายไขมันด้วย VASER Liposelection

แพทย์จะทำการฉีดยานอนหลับร่วมกับยาชาเฉพาะจุด เพื่อความสะดวกในการผ่าตัด จากนั้นจะฉีดสารละลายน้ำเกลือชนิดพิเศษผสมด้วยยาชา เข้าสู่ชั้นไขมันบริเวณที่ต้องการกำจัดไขมันเพื่อช่วยให้ไม่เจ็บและลดการเสียเลือดและการเกิดรอยช้ำ แพทย์จะเจาะแผลเล็ก ๆ บริเวณผิวหนัง เพื่อใส่ เครื่องมือ vaser ซึ่งเป็น เข็มขนาดเล็ก 1 – 2 มิลลิเมตร เข้าไปสัมผัสกับไขมันที่ต้องการสลายโดยตรง เพื่อเป็นตัวนำส่งพลังงานเสียงเข้าสลายเฉพาะไขมันใต้ผิวหนัง ซึ่งไขมันที่ถูกสลายเป็นของเหลวทั้งหมด จะถูกดูดออกอย่างนุ่มนวล หลังจากนั้นแพทย์จะเย็บปิดแผล 1 – 3 เข็ม โดยแทบไม่เหลือรอยแผลแต่อย่างใด เนื่องจากมีอุปกรณ์ปกป้องผิวหนังขณะทำตลอดเวลา และหลังจากทำแล้วผิวหนังจะค่อย ๆ หดตัว กลับคืนสู่สภาพเดิม และยังคงเรียบเนียนเป็นปกติ

ดูดไขมัน v2

 

บริเวณที่สามารถทำ VASER LipoSelection ได้

VASER เหมาะกับการลดสัดส่วนได้หลายจุด ได้แก่ ใต้คาง, คอ, ท้องแขน, ,สะบัก, หน้าอก, ท้อง,เอว,สะโพก , หลัง , ก้น, ต้นขา, เข่า , น่อง, และข้อเท้า

ผลลัพธ์ของการทำ VASER LipoSelection

  • หลังจากทำ VASER LipoSelection รูปร่างของคนไข้จะได้สัดส่วนมากยิ่งขึ้น ปราศจากไขมันส่วนเกินจนสังเกตได้
  • หลังจากทำ VASER LipoSelection ร่างกายของคนไข้จะมีการคืนตัวของผิวบริเวณที่ดูดไขมันสลายไขมัน ให้กลับมากระชับได้ดังเดิม
  • หลังจากทำ VASER LipoSelection ร่างกายอาจเกิดความเจ็บปวดและเกิดรอยช้ำหลังการทำน้อยกว่าการดูดไขมันแบบเดิม
  • หลังจากทำ VASER LipoSelection คนไข้ไม่ต้องพักฟื้นสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ภายใน 1 วัน
  • หลังการดูดไขมันสลายไขมันจากการทำ vaserliposelection เซลล์ไขมันจะหายไปโดยที่เนื้อเยื่อเซลล์รอบๆยังคงสมบูรณ์

ข้อดีของการสลายไขมันแบบ VASER Liposelection

  1. ดูดไขมันด้วยเครื่อง VASER ทำได้เกือบทุกส่วนของร่างกาย โดยที่เครื่องรุ่นเก่าไม่สามารถทำได้ อาทิเช่น บริเวณของคอ หรือบริเวณส่วนหลัง
  2. อาการของการเจ็บปวดและรอยฟกช้ำหลังจากทำมีน้อยกว่าจากการที่ดูดไขมันแบบเก่า
  3. หลังจากทำการดูดไขมัน คนไข้จะฟื้นตัวได้เร็วกว่าการดูดไขมันแบบเก่า
  4. การดูดไขมันด้วย VASER หลังการทำเซลล์ไขมันจะหดหายไป โดยที่เนื้อเยื่อรอบ ๆ ข้างยังเป็นปกติ เหมือนเดิม ซึ่งจะไม่ทำลายเนื้อเยื่อ ทำให้เสียเลือดน้อยมาก
  5. การดูดไขมันด้วย VASER ซึ่งจะมีการหดหายไปของเซลล์ไขมันบริเวณนั้นๆ โดยสามารถหดกระชับกลับคืนสู่สภาพปกติได้เร็วกว่าการดูดไขมันแบบเก่า

เวลาในการพักฟื้นหลังทำ VASER Liposelection

– ระยะเวลาการพักฟื้นส่วนใหญ่จะอยู่ที่1-2 วัน ขึ้นอยู่กับปริมาณไขมันที่ดูดออกมาและบริวณที่ทำการรักษา

– หลังการดูดไขมันผู้รับการรักษาจำเป็นต้องสวมชุดผ้ายืดเพื่อพยุงรัด บริเวณที่ทำการรักษา ทั้งกลางวันและกลางคืนยกเว้น เวลาอาบน้ำ เป็นเวลาประมาณ 2-4 สัปดาห์แรก หรือตามความเห็นแพทย์

สลายไขมันด้วย VASER Liposelection กับโรงพยาบาลเลอลักษณ์ดีอย่างไร

1.การดูดไขมันจำเป็นต้องใช้เวลา ควรให้ผู้เข้ารับบริการหลับหรือสลบในระหว่างทำเพื่อลดความเจ็บปวดและความกังวล โรงพยาบาลเลอลักษณ์มีวิสัญญีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการวางยาสลบอย่างปลอดภัยและมีทีมแพทย์และพยาบาลดูแลอย่างใกล้ชิด

2.สำหรับการผ่าตัดไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ความสะอาดและความปลอดภัยถือเป็นเรื่องสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ผู้เข้ารับบริการกับโรงพยาบาลเลอลักษณ์จะได้รับการผ่าตัดในห้องปลอดเชื้อด้วยระบบ HEPA Filter ที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด และมีระบบ Oxygen Pipeline และเครื่องมือช่วยเหลืออย่างครบครันภายในห้องผ่าตัด ในมาตรฐานเดียวกับโรงพยาบาลระดับสากล

3.เราเลือกใช้เครื่องมือ VASER Lipo เวอร์ชั่นล่าสุดซึ่งเป็นนวัตกรรมการดูดไขมันที่ดีที่สุดจาก สหรัฐอเมริกา ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกในเรื่องของประสิทธิภาพและความปลอดภัย โดยผ่านมาตรฐาน US FDA และ อย.ไทย

4.ศัลยกรรมดูดไขมันกับโรงพยาบาลเลอลักษณ์ทำโดยศัลยแพทย์เฉพาะทางที่ศึกษาด้านศัลยกรรมตกแต่ง ที่ใช้ระยะเวลาถึง 12 ปีในการศึกษา รวมทั้งมีประสบการณ์ด้านศัลยกรรมมาอย่างยาวนาน

5.ในกรณีดูดไขมันเกิน 3 จุดขึ้นไปควรได้รับการนอนพักภายในโรงพยาบาล 1 คืน โรงพยาบาลเลอลักษณ์มีห้องพักที่มีความสะดวกสะบาย ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน ในระดับโรงแรมห้าดาว มีการตกแต่งอย่างสวยงามเป็นเอกลักษณ์

การดูแลตัวเองหลังดูดไขมัน

  1. หลังผ่าตัดไขมันส่วนเกินจะยุบลงให้เห็นทันที และจะยุบกระชับลงเรื่อย ๆ ในเวลา 3 เดือนหลังทำ
  2. หลีกเลี่ยงการอบซาว์น่าหรือการออกกำลังกายหนักๆ ประมาณ 2 สัปดาห์ และหลีกเลี่ยงการนวดตัวแบบหนัก ๆ ประมาณ 4-5 สัปดาห์
  3. ควรรัดด้วยผ้ายืดเพื่อรัดบริเวณที่ดูดไขมัน จะช่วยให้ยุบบวมและช่วยลดการเกิดรอยย่นที่ผิวหนัง
  4. ในบางรายอาจมีรอยช้ำได้บริเวณที่สลายไขมัน ซึ่งจะหายไปเองในเวลาประมาณ 2 – 4 สัปดาห์

คลิกเพื่อชม Video >> ความประทับใจของคุณ พลอยใส คณิสร หลังทำ Vaser กับโรงพยาบาลเลอลักษณ์

ผ่าตัดลดขนาดท้องแขน

ศัลยกรรมผ่าตัดลดขนาดท้องแขน
ผู้ที่เคยมีช่วงแขนใหญ่มากหรืออายุมากแล้วลดน้ำหนัก จะทำให้ไขมันหายไป ฝ่อลงช่วงแขนที่เหลือจะหย่อนลงมาก ทำให้คนไข้ไม่กล้าใส่เสื้อที่เปิดแขน ปัญหาดังกล่าวไม่สามารถแก้ไขด้วยการดูดไขมันเนื่องจาก ต้นแขนที่มีความยืดหยุ่นน้อยยิ่งการดูดไขมันจะทำให้มีปัญหาเรื่องการหย่อนของท้องแขนได้มาก
การแก้ไขปัญหา ทำโดยการผ่าตัดไขมันและผิวหนังที่ในท้องแขนออก ข้อเสียของการผ่าตัด คือ แผลเป็นที่เห็นได้ชัดเจนเวลาที่ยกแขนแน่นอนว่าผู้ที่สนใจการผ่าตัดแน่นอนต้องยอมรับเรื่องแผลเป็นและปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับลักษณะของแผลเป็นก่อนตัดสินใจผ่าตัดลดขนาดใต้ท้องแขน (แผลยาว ) คิดเป็น ซม. เริ่มต้น

การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัด
1. งดยาต้านการอักเสบ (NSAID) เช่นแอสไพริน บุหรี่ อาหารเสริมบางตัวที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น กระเทียมน้ำมันปลา อย่างน้อย 2 อาทิตย์ ก่อนการผ่าตัด
2. เตรียมลาหยุดงานประมาณ 10 – 14 วัน
3. ตรวจเช็คโรคประจำตัวก่อนผ่าตัด
4. งดอาหารก่อนผ่าตัดประมาณ 6 ชั่วโมง
5. เตรียมโกนขนรักแร้ ก่อนมาโรงพยาบาล
6. ควรหลีกเลี่ยงการผ่าตัดช่วงที่มีประจำเดือน
7. ถ้าความดันสูงควรควบคุมความดันให้อยู่ต่ำกว่า 140/90 mm Hg (มมปรอท)การผ่าตัดทำให้เสียเลือด
8. ผู้ที่เป็นโรคหัวใจควรปรึกษาแพทย์ก่อนผ่าตัด
9. เตรียมตัวหยุดงานประมาณ 7 วัน
10.ไม่ควรนำของมีค่าติดตัวมาในวันที่ผ่าตัด

การดูแลหลังการผ่าตัดลดขนาดท้องแขน
1. ในวันที่ 2 สามารถเอาผ้าพันแผลออกได้
2. วันที่ 3 สามารถอาบน้ำได้ แล้วซับแผลให้แห้ง
3. แผลผ่าตัดจะเห็นชัดในช่วงแรกและจะดีขึ้นตามลำดับภายใน 1 – 2 ปี
4. แผลเป็นอาจนูนได้อาจต้องช่วยนวดบริเวณแผลผ่าตัด
ถ้าคันตัวสามารถทาแป้งแก้คันได้แต่ห้ามทาที่แผล
5. ใช้ผ้ารัดต้นแขนประมาณ 6 อาทิตย์
6. รับประทานยาตามแพทย์สั่ง
7. แพทย์จะนัดตัดไหมเมื่อครบกำหนด 7 วันและ 10 วัน
8. หลังการผ่าตัดจะนัดดูแผลที่ท้องแขนทุก 1 เดือน
9. ถ้ามีปัญหาเรื่องแผลเป็นนูน แผ่นปิดแผลเป็นอาจช่วยไดในบางครั้งอาจต้องฉีดยารักษาแผลเป็นช่วยได้บางครั้ง

ทำศัลยกรรมกับโรงพยาบาลเลอลักษณ์ดีอย่างไร ?

  1. แพทย์ทุกท่านของโรงพยาบาลเป็นศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง และเป็นสมาชิกสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งเสริมสวยแห่งประเทศไทย (ThSAPS) แพทย์เฉพาะทางจะต้องเรียนหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต 6 ปี ต่อด้วยศัลยศาสตร์ทั่วไป 3 ปี และศัลยศาสตร์ตกแต่งอีก 3 ปี รวมเป็น 12 ปี และยังมีประสบการณ์การผ่าตัดศัลยกรรม 10 ปีขึ้นไปทุกท่าน ดังนั้นจึงสามารถมั่นใจได้ว่า แพทย์ของเรามีความเชี่ยวชาญและน่าเชื่อถือแน่นอน
  2. โรงพยาบาลได้มาตรฐาน เครื่องมือแพทย์ครบครัน ห้องผ่าตัดปลอดเชื้อด้วยระบบกรองอากาศ HEPA Filter (High Efficiency Particulate Air Filter) เพื่อควบคุมปริมาณฝุ่นละอองที่มีอนุภาคขนาดเล็กและเชื้อโรคต่างๆ ได้ 99.99% และระบบ Oxygen Pipeline หรือออกซิเจนช่วยชีวิตสำหรับผู้ป่วยในกรณีฉุกเฉิน รวมถึงมีทีมแพทย์และพยาบาลคอยดูแลอย่างใกล้ชิด
  3. เทคนิค Beauty Dream เอกสิทธิ์จากโรงพยาบาลเลอลักษณ์ ที่ทำให้คุณไม่รู้สึกเจ็บขณะผ่าตัด
  4. รับประกันงานศัลยกรรมภายใน 6 เดือนหลังจากทำ

ตัดถุงไขมันใต้ตา

ตัดถุงไขมันใต้ตา

ถุงไขมันใต้ตาเกิดจากการป่องนูนของไขมันบริเวณใต้ดวงตา ซึ่งปกติจะถูกกั้นไว้ด้วยกล้ามเนื้อเปลือกตาที่แข็งแรงทำให้ดูเรียบตึง แต่ถ้าขาดการดูแล เกิดความเครียด รวมถึงอายุที่เพิ่มขึ้น จะทำให้ไขมันส่วนนี้ค่อยๆ นูนออกมาทีละน้อย จนสังเกตเห็นได้ชัดขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดในการกำจัดถุงไขมันใต้ตา คือ การผ่าตัดนั่นเอง

วิธีผ่าตัดถุงใต้ตา

ไขมันถุงใต้ตา

การเปิดแผลด้านนอก

เป็นวิธีการผ่าตัดที่ลงแผลติดกับขนตาทางด้านผิวหนัง มีข้อเสียเล็กน้อย คือ จะมีแผลเป็นติดกับขนตา แต่เมื่อแผลเป็นหายดีจะเห็นไม่ชัด วิธีนี้สามารถใช้ตัดผิวหนัง ไขมัน และกล้ามเนื้อส่วนเกินได้ ทำให้สามารถลดรอยย่นใต้ตาได้

การเจาะเก็บถุงไขมันตาล่างผ่านทางเยื่อบุหนังตา

ในกรณีที่ตาล่างมีถุงไขมันเพียงอย่างเดียว เปลือกตาไม่ได้หย่อนด้วย แพทย์สามารถเจาะเก็บไขมันจากด้านในเปลือกตาได้โดยไม่มีแผลด้านนอก แต่ถ้ามีเปลือกตาย่นด้วย จะทำให้รอยย่นมีมากขึ้นและต้องใช้วิธีลดความหย่อนร่วมด้วย เช่น การใช้เลเซอร์ลอกผิวหรือต้องตัดหนังตาล่างออกในภายหลัง

วิธีนี้เริดตรงที่ไม่มีแผลภายนอก ผ่าตัดโดยใช้เครื่องจี้ไฟฟ้าหรือเลเซอร์ แต่จะไม่สามารถตัดแต่งหนังตาได้ จึงเหมาะกับผู้มีไขมันมากแต่ไม่ต้องการตัดแต่งหนังตา

วิธีผ่าตัด

การผ่าตัดเริ่มจากฉีดยาชาบริเวณผนังเปลือกตาล่าง อาจร่วมกับการให้ยานอนหลับอย่างอ่อนๆ จากนั้นผ่าเปิดผิวหนังเป็นลักษณะเส้นยาวตรงบริเวณหนังตาล่างที่อยู่ขอบใต้ขนตา เพื่อตัดเอาถุงไขมันส่วนเกินที่อยู่ภายใต้หนังตาล่างออก แล้วตัดเย็บกล้ามเนื้อและผิวหนังบริเวณเปลือกตาล่างที่หย่อนให้เรียบตึง ปิดท้ายด้วยการเย็บปิดแผลด้วยไหมเส้นเล็ก โดยจะซ่อนอยู่ชิดกับขนตาล่าง

วิธีดูแลตัวเองหลังศัลยกรรมตา

1.ในวันผ่าตัดไม่ควรขับรถไปเอง ควรชวนใครไปเป็นเพื่อนหรือเรียกแท็กซี่ เพราะเมื่อผ่าตัดเสร็จจะยังใช้สายตาไม่สะดวก

2. พกแว่นกันแดดติดตัวไปด้วยในวันผ่าตัด เพื่อใช้อำพรางดวงตาและป้องกันแสงแดด

3. นอนหนุนหมอนสูง 2-3 ใบ ในช่วงวันแรกหลังผ่าตัด

4. ในช่วง 3 วันแรกหลังผ่าตัด ให้ประคบเย็นที่บริเวณหน้าผากและรอบดวงตา โดยประคบ 15 นาที เว้น 15 นาที เพื่อช่วยห้ามการไหลซึมของเลือด

5. ทานยาแก้อักเสบและลดบวม หากเกิดอาการปวดสามารถรับประทานยาแก้ปวดได้ หลีกเลี่ยงการดื่มของมึนเมา เนื่องจากจะมีผลทำให้แผลหายช้าและนอนพักผ่อนให้เพียงพอ

6. หลังการผ่าตัด 24 ชั่วโมง สามารถทำความสะอาดแผลได้ โดยใช้สำลีก้อนชุบน้ำอุ่นเช็ดเบาๆ บริเวณแผลที่เปลือกตาและซับให้แห้ง แล้วทายาเคลือบแผลตามแพทย์สั่ง

7. ไม่ควรล้างหน้าในช่วง 3 วันแรกหลังทำ เพื่อให้แผลแห้งและหายเร็ว

8. วันที่ 4 หลังผ่าตัดให้เริ่มประคบด้วยน้ำอุ่นบริเวณหน้าผากและรอบดวงตา โดยประคบ 15 นาที เว้น 15 นาที จะช่วยลดอาการบวมและเขียวช้ำได้

9. พยายามอย่ากะพริบตาถี่เพื่อหลีกเลี่ยงอาการบวม

10. ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่จะมีผลต่อการเพิ่มความดันในดวงตา เช่น การเล่นกีฬาทุกประเภท การก้ม การยกของหนักหรือแม้แต่การร้องไห้ รวมทั้งหลีกเลี่ยงการออกแดด และสวมแว่นกันแดดเสมอจนกว่าแผลจะหายเป็นปกติ

11. ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมทุกอย่างที่ต้องใช้สายตา เช่น อ่านหนังสือนานๆ การใช้คอมพิวเตอร์ และการใส่คอนแทคเลนส์ เนื่องจากทำให้ตาแห้งได้

12. ไม่ควรขยี้ตาแรงในช่วง 3 สัปดาห์แรกหลังจากทำ บางคนอาจจะมีขี้ตามากกว่าปกติ และรู้สึกตึงหนังตาบนบ้าง ซึ่งอาการเหล่านี้จะหายเป็นปกติภายใน 1 สัปดาห์

13. ในช่วงแรก ชั้นตาจะยังดูบวม หนา ไม่เป็นธรรมชาติ ซึ่งจะค่อยๆ ยุบลงไปเรื่อยๆ แล้วจะสามารถเห็นชั้นตาที่สวยงามในสัปดาห์ที่ 4 และจะหายสนิทในระยะเวลา 1 – 3 เดือนหลังผ่าตัด

ทำไมต้องศัลยกรรมตากับโรงพยาบาลเลอลักษณ์

1.แพทย์ทุกท่านของโรงพยาบาลเป็นศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง และเป็นสมาชิกสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งเสริมสวยแห่งประเทศไทย (ThSAPS) แพทย์เฉพาะทางจะต้องเรียนหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต 6 ปี ต่อด้วยศัลยศาสตร์ทั่วไป 3 ปี และศัลยศาสตร์ตกแต่งอีก 3 ปี รวมเป็น 12 ปี และยังมีประสบการณ์การผ่าตัดศัลยกรรม 10 ปีขึ้นไปทุกท่าน ดังนั้นจึงสามารถมั่นใจได้ว่า แพทย์ของเรามีความเชี่ยวชาญและน่าเชื่อถือแน่นอน

2. แพทย์ของโรงพยาบาลเลอลักษณ์มีโอกาสบินไปศึกษาวิธีการทำตา 2 ชั้นจากประเทศญี่ปุ่น และจะใช้เทคนิคญี่ปุ่นในการผ่าตัดเท่านั้น เทคนิคญี่ปุ่นจะได้รอยพับชั้นตาที่ลึก คม สวยหวานกำลังดี เพื่อดวงตาที่สวยที่สุดสำหรับลูกค้าของเรา

3. โรงพยาบาลได้มาตรฐาน เครื่องมือแพทย์ครบครัน ห้องผ่าตัดปลอดเชื้อด้วยระบบกรองอากาศ HEPA Filter (High Efficiency Particulate Air Filter) เพื่อควบคุมปริมาณฝุ่นละอองที่มีอนุภาคขนาดเล็กและเชื้อโรคต่างๆ และระบบ Oxygen Pipeline หรือออกซิเจนช่วยชีวิตสำหรับผู้ป่วยในกรณีฉุกเฉิน รวมถึงมีทีมแพทย์และพยาบาลคอยดูแลอย่างใกล้ชิด

4. รับประกันการงานศัลยกรรมภายใน 6 เดือนหลังจากทำ

ขูดซิลิโคนเหลว

การขูดซิลิโคนเหลว
สาวๆ ที่คิดจะทำศัลยกรรมด้วยการฉีดสารใดๆ เข้าสู่ร่างกาย ต้องศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดที่สุด เพราะถ้าพลาดไปทำกับพวกหมอกระเป๋าหรือหมอเถื่อนทั้งหลาย อาจส่งผลกระทบต่อร่างกายของคุณไปตลอดชีวิต

สารแปลกปลอมที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ในการฉีดหรือไม่ได้ตรวจสอบสารดังกล่าวก่อนฉีด มักเป็นกลุ่มสารสงเคราะห์ไม่สลายตัว เช่น ซิลิโคนเหลว พาราฟิน น้ำมันมะกอก เป็นต้น เมื่อถูกฉีดเข้าไปใต้ผิวหนัง สารจะแทรกเข้าไปในเนื้อเยื่อ เมื่อเวลาผ่านไป ร่างกายมนุษย์ไม่มีเอนไซม์ที่จะย่อยทำลายสารแปลกปลอมดังกล่าวได้ ร่างกายจึงตอบสนองโดยการสร้างพังผืดขึ้นในบริเวณที่มีการฉีดสารแปลกปลอมเข้าไป จนกลายเป็นก้อนแข็ง มีอาการเจ็บ ปวด อักเสบเรื้อรัง ทำให้เกิดแผล สุดท้ายผิวหนังบริเวณนั้นจะตาย หรือติดเชื้อลุกลาม

เมื่อก่อน ซิลิโคนเหลว เคยได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากราคาไม่แพง ช่วงแรกที่ฉีดเข้าไปจะดูสวยงาม เป็นที่พอใจของผู้ที่ได้รับการฉีด แต่เมื่อเวลาผ่านไป 1 – 5 ปี ซิลิโคนเหลวจะค่อยๆ ไหลมากองรวมกัน เนื่องจากสารเหลวตัวนี้ไม่ชอบความร้อน คนที่ได้รับการฉีดซิลิโคนเหลวเมื่อโดนความร้อน เช่น ออกแดด อบซาวน่า ไดร์เป่าผม จะทำให้มีการห้อยย้อย แข็งตึง และมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของผิวหนังบริเวณที่ฉีด ถ้าฉีดที่จมูก หลังจากฉีดประมาณ 1 ปี ซิลิโคนเหลวจะไหลมารวมกันด้านข้างของจมูก ทำให้จมูกดูใหญ่และบวม

การรักษา
เเพทย์ทำได้เพียงผ่าตัดเลาะเนื้อเเละเเต่งรูปร่างให้ดีขึ้นเท่านั้น เพราะเมื่อซิลิโคนเหลวถูกฉีดเข้าสู่ร่างกาย จะถูกเม็ดเลือดขาวกัดกินและพาไปที่ต่อมน้ำเหลืองและอวัยวะต่างๆ ทำให้การการเลาะซิลิโคนเหลวเป็นไปได้ยากต่อการเอาออกให้หมด โดยเฉพาะบริเวณที่มีเนื้อน้อยหรือบางมาก

ตกแต่งปีกจมูก

ตกแต่งปีกจมูก

การตัดปีกจมูกเป็นการแก้ไขสำหรับคนที่มีปัญหาปีกจมูกใหญ่ หนา หรือบาน ซึ่งจะช่วยให้จมูกดูได้รูปและสมส่วนขึ้น ปีกจมูกเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้รูปจมูกดูได้สัดส่วนกับใบหน้า โดยปกติความกว้างของฐานปีกจมูกควรเป็น 1 ใน 5 ของความกว้างใบหน้า แต่คนไทยส่วนใหญ่มักมีฐานที่กว้างกว่าสัดส่วนดังกล่าว อีกทั้งความหนาของผิวหนังที่มากกว่า ทำให้บางคนถึงจะฐานไม่กว้างแต่กลับดูจมูกใหญ่

การผ่าตัดปีกจมูกมีหลายวิธี จะใช้วิธีไหนขึ้นอยู่กับปัญหาของคนไข้เป็นหลัก

1. การตัดปีกจมูกด้านใน
เป็นวิธีที่นิยมมากที่สุดเพราะแผลเป็นจะอยู่ด้านใน มองไม่เห็นจากภายนอก การผ่าตัดมักจะได้ผลดี

2. การตัดปีกจมูกด้านนอก
ใช้ได้กับจมูกบางรูปทรง จะมองเห็นแผลเป็นเล็กน้อยเพราะแผลอยู่ด้านนอก
3. การลดความกว้างของปีกจมูกโดยการเย็บ
วิธีนี้ใช้สำหรับลดความกว้างของปีกจมูก โดยไม่มีแผลเป็นด้านนอก แต่เมื่อเวลาผ่านไป ปีกจมูกอาจมีโอกาสกลับมากว้างใหม่ได้
คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่า การตัดปีกจมูกจะทำให้จมูกเรียวขึ้น ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด เนื่องจากการตัดปีกจมูกจะช่วยลดความกว้าง ความโค้ง และรูปทรงของรูจมูกเท่านั้น ไม่สามารถทำให้จมูกดูเรียวขึ้นได้ ความเรียวของจมูกต้องเริ่มตั้งแต่กระดูกส่วนบนลงไปจนถึงส่วนปลาย การตัดปีกจมูกออกบางส่วนจึงไม่มีผลใดๆ ต่อกรณีนี้ ในทางตรงกันข้าม การตัดปีกจมูกในรายที่จมูกใหญ่อยู่แล้ว จะยิ่งทำให้ปลายจมูกดูโตมากขึ้นอีก ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นทางออกดีที่ดีสุด