Fine Thread Lifting (ร้อยไหม)

ผิวพรรณและเลเซอร์

Fine Thread Lifting (ร้อยไหม)

การร้อยไหม เป็นวิธีการศัลยกรรมแบบหนึ่งที่ช่วยปรับรูปหน้าให้เรียวสวยโดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้นและมีผลข้างเคียงน้อย ด้วยการนำเส้นไหมชนิดพิเศษมาร้อยเข้าไปใต้ผิวหนัง เพื่อกระตุ้นการสร้างเส้นเลือดใหม่ มีผลทำให้เกิดการสร้างคอลลาเจนรอบๆ เส้นไหม ซึ่งทิศทางการร้อยของเส้นไหมที่สานกันเป็นร่างแหจะทำให้เกิดแรงดึง แรงยกในชั้นผิวหนัง ใบหน้าจึงดูเต่งตึงและกระชับขึ้นหลังการร้อยไหม จะเห็นผลหลังทำครั้งแรกภายใน 1- 2 สัปดาห์ ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 1 ปี

ประเภทของไหม

กลุ่มไหมถาวร

  1. Gold Thread

หรือการร้อยไหมทอง เป็นการนำไหมที่ทำด้วยทองคำบริสุทธิ์ 99.99% ขนาดเท่าเส้นผม ร้อยเป็นลักษณะโครงตาข่ายในชั้นผิวหนัง โดยทองคำจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายมีการไหลเวียนโลหิตที่ดีขึ้น และมีการสร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่ แต่เพราะด้ายทองไม่มีปมหรือแง่งใดๆ จึงไม่มีผลในการยกกระชับมากนัก ต้องรอผลจากการกระตุ้นให้ร่างกายซ่อมแซม จะเริ่มเห็นผลหลัง 1 เดือนไปแล้ว ไหมทอง 1 เส้น ยาว 50 เซนติเมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 0.1 มิลลิเมตร ขณะร้อยเข้าไปในชั้นผิวหนังก็จะตัดไหมไปเรื่อยๆ จึงใช้ไหมเพียงไม่กี่เส้นในการร้อยทั้งหน้า แต่มีข้อเสียตรงที่ค่าใช้จ่ายสูงมาก เพราะราคาต่อเส้นอยู่ที่ประมาณ 250,000 บาท หลังทำต้องหลีกเลี่ยงการสัมผัสความร้อน การทำทรีทเม้นท์หรือเลเซอร์ต่างๆ และไม่เหมาะกับผู้ที่แพ้โลหะ

  1. Feather Lift หรือ Aptos Threads

คือไหมที่มีลักษณะคล้ายก้างปลา ที่มีชื่อว่า Aptos คิดค้นโดยศัลยแพทย์ชาวรัสเซีย เข้ามาในเมืองไทยประมาณปีพ.ศ. 2546-2547 ส่วนของก้างปลาจะมีเงี่ยงอยู่บนเส้นไหม ช่วยในการเกาะเกี่ยวผิวหนัง ทำให้ใบหน้าส่วนกลาง แก้ม และบริเวณลำคอยกกระชับขึ้น

  1. Silhouette Lift

เป็นไหมที่ไม่สามารถละลายได้ ไหมมีการทำปมเป็นระยะ โดยระหว่างปมจะมีกรวยเล็กๆ ติดอยู่บนเส้นไหม สามารถแขวนรับน้ำหนักของกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้าได้ มีความแข็งแรง ให้แรงฉุดที่ดีเวลายกเนื้อเยื่อ และยังมีเทคนิคการวางเน็ตที่ปลายเส้นแบบไม่หลุดง่ายจากการดีงรั้งของกล้ามเนื้อ เมื่อแสดงอารมณ์ต่างๆ บนใบหน้า เหมาะสำหรับผู้ที่มีช่วงอายุ 35–47 ปีที่มีปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อย ร่องแก้มลึกและใบหน้าเริ่มเสียรูปทรง

กลุ่มไหมละลาย

ปัจจุบันนิยมใช้ไหม PDO (Polydioxanone) ซึ่งเป็นไหมละลาย ลักษณะเป็นเส้นตรง ขนาดเล็กมาก ยาว 3-9 เซนติเมตร เป็นไหมชนิดเดียวกับที่ใช้ในการเย็บผนังเส้นเลือดหัวใจ มีปฏิกิริยาการอักเสบต่อผิวหนังน้อยมาก โอกาสแพ้จึงมีน้อยเช่นกัน เมื่อนำไหมนี้มาร้อยเข้าไปใต้ผิวหนัง จะช่วยให้ใบหน้าเต่งตึงและกระชับขึ้น ไหมจะค่อยๆ ละลายไปภายใน 6-8 เดือน ไม่เหลือตกค้างให้เกิดผลข้างเคียง

นอกจากจะเห็นผลทันทีหลังทำแล้ว ยังพบผลดีต่อเนื่อง คือขณะที่ไหมละลายอยู่ใต้ผิวหนัง จะกระตุ้นการสร้างเส้นเลือดใหม่ (Local Microcirculation) มีผลให้เกิดกระบวนการสร้างคอลลาเจนรอบๆ เส้นไหม เมื่อเวลาผ่านไป ผิวหน้าจะยิ่งกระชับขึ้นเรื่อยๆ และได้ผลต่อเนื่องนาน 12-18 เดือน วิธีการนี้ถือว่าปลอดภัยที่สุดถ้าเทียบกับไหมแบบอื่นๆ

การร้อยไหมเหมาะกับคนอายุเท่าไหร่

เท่าไหร่ก็ได้เมื่อเริ่มเห็นว่า ใบหน้าเริ่มมีความหย่อนคล้อย และร่องต่างๆ

ร้อยบริเวณใด

บริเวณที่มีความหย่อนคล้อย ส่วนใหญ่จะเป็นกรอบหน้า ร่องแก้ม มุมปาก

วิธีร้อยไหม

เริ่มจาการแปะยาชาทิ้งไว้สักพัก แล้วฉีดยาชาซ้ำอีกครั้ง คนไข้จะได้ไม่เจ็บมาก อาจจะรู้สึกจี๊ดๆ บ้างเล็กน้อย แล้วนำไหมมาติดกับเข็มกลวง เพื่อพาไหมเข้าไปใต้ผิวหนังแล้วดึงเข็มออก ตัวไหมก็จะค้างอยู่ใต้ผิวหนัง

ผลข้างเคียง

ถ้าใครมีผิวปกติจะไม่ช้ำเลย แต่ถ้าผิวบอบบาง อาจมีอาการช้ำหรือบวมหลังทำเล็กน้อย

การร้อยไหมกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นทั้งในไทยและต่างประเทศ เนื่องจากใช้ระยะเวลาพักฟื้นน้อยกว่าการผ่าตัดดึงหน้า ผลลัพธ์ที่ได้ดูเป็นธรรมชาติและอยู่ได้ยาวนานกว่าการฉีดโบท็อกซ์ แต่ต้องเลือกทำกับแพทย์ผิวหนัง และโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐานเท่านั้น เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้รับบริการเอง

Comments

comments

Leave Comment