เสริมจมูก

เสริมจมูก

เสริมจมูก

จมูกของคนเรามีลักษณะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับพันธุกรรมและเชื้อชาติ ชาวยุโรปมักจะจมูกโด่ง ส่วนชาวเอเชียจมูกจะไม่โด่งมากนัก ซึ่งจมูกถือเป็นอวัยวะบนใบหน้าที่ค่อนข้างโดดเด่น หลายคนจึงอยากเสริมจมูกเพื่อให้ใบหน้าดูมีมิติขึ้นและเพิ่มความมั่นใจ

ซิลิโคนที่ใช้เสริมจมูก

โรงพยาบาลเลอลักษณ์เลือกใช้เฉพาะซิลิโคนทางการแพทย์ (Medical Grade Silicone) นำเข้าจากอเมริกาเท่านั้น เพราะมีความปลอดภัย ได้มาตรฐาน โดยจะมี 2 ทรงให้คนไข้เลือก ดังนี้

Idol Nose

555bbd55-080a-4779-8b8b-de4e4acae23c

IMG_0043

ซิลิโคนสำเร็จรูปชนิดพิเศษที่ผ่านการคิดค้นและออกแบบโดยทีมแพทย์ศัลยกรรมเฉพาะทางที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญสูง เพื่อให้ได้จมูกที่เข้ากับรูปหน้าของคนไทยโดยเฉพาะ จมูกทรง Idol Nose เน้นความโด่งเป็นพิเศษบริเวณสันจมูก มีความเป็นธรรมชาติ ไม่โด่งเป็นแท่ง

ข้อดีของการเสริมจมูกทรง Idol Nose

  1. สามารถปรับแต่งความโด่งได้ตามรูปหน้าของคนไข้
  2. ซิลิโคนถูกออกแบบเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันปัญหาการเบี้ยวหรือเอียงในอนาคต
  3. ทรงสวยและโด่งเป็นพิเศษ ถูกออกแบบเพื่อชาวเอเชียที่มีโครงสร้างกระดูกไม่เรียบ
  4. รูปทรงภายนอกของจมูกจะตรงและมีระดับเสมอกัน ทำให้การผ่าตัดเป็นไปด้วยความรวดเร็ว แพทย์เพียงแค่ตกแต่งให้เข้ากับจมูกของคนไข้เท่านั้น

Princess Nose

4f066518-cd52-4f85-aa6e-29cb0ac908fe
IMG_0040

ทรงนี้ไม่เพียงแค่ได้ส่วนสันจมูกที่สโลปสวย ยังได้ปลายจมูกที่พุ่งสวยขึ้นด้วย ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับทุกรูปหน้าและรูปทรงจมูก รวมถึงการออกแบบส่วนปลายล็อคพิเศษ ป้องกันปัญหาซิลิโคนเอียง บิดเบี้ยวหรือทะลุ สามารถปรับแต่งความโด่งและปลายได้ตามรูปหน้าของคนไข้ เพิ่มความเป็นธรรมชาติให้กับจมูก ส่งให้ใบหน้าดูสวยหวานประดุจเจ้าหญิงในเทพนิยาย

Luxury Tear Drop เทคนิคจมูกสวยสไตล์เลอลักษณ์

luxury tear drop ครอปแล้ว ลายน้ำ

“Luxury Tear Drop” คือเทคนิคการสร้างโครงสร้างรับปลายจมูกใหม่และทำให้มีหยดน้ำในตัว โดยไม่ต้องใช้เทคนิคการต่อกระดูกอ่อนหลังใบหู ซึ่งแพทย์มีเทคนิคพิเศษในการเลาะเนื้อเยื่อบริเวณปลายจมูกให้ยืด พุ่ง สวยและยาวขึ้น แพทย์จะใช้เวลาทำนานและใช้ปริมาณซิลิโคนมากกว่าเทคนิคอื่น โครงสร้างนี้จะเชื่อมซิลิโคนกับจมูกด้วยกันทั้งแท่ง จึงมีการกระจายน้ำหนักที่สมดุล ช่วยลดการเอียงและการทะลุได้ดี เป็นเทคนิคเฉพาะตัวของ “นายแพทย์กิตติศักดิ์ วิชาชัย” เพียงท่านเดียวเท่านั้น คุณจะได้ทรงจมูกที่สวยมากในราคาที่สามารถเอื้อมถึงได้

วิธีการเลือกทรงจมูกที่ดี

ให้เลือกทรงที่ตัวเองชอบมาก่อน จากนั้นแพทย์จะพิจารณาว่า สามารถทำได้ใกล้เคียงมากแค่ไหน เพราะโครงสร้างจมูกของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่แพทย์จะเน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมา

ขนาดจมูกที่เหมาะสมกับใบหน้า

fbe9256b-1558-466f-b65f-0b7d407a3230

 

ความกว้างของจมูก

ไม่ควรเกินระยะห่างระหว่างหัวตา ซึ่งถ้าแบ่งใบหน้าเป็น 5 ส่วน จมูกที่สวยควรมีขนาดเท่ากับความกว้างของดวงตาและปีกจมูกไม่ควรบานกว้างเกินหัวตา

 

5d83b556-8cae-4209-8d01-2cd14f5f5b43

 

ความยาวของจมูก

จมูกควรมีความยาวเป็น 1 ใน 3 ของความยาวใบหน้าโดยรวม นับตั้งแต่ไรผมจนถึงปลายคาง

26a875ba-2098-40f9-90c4-8816bcc2a3b0

 

เตรียมตัวก่อนเสริมจมูก

1.ในรายที่มีความเสี่ยงต่อระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น โรคเอดส์ เบาหวาน โรคไต จะทำให้เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาเรื่องแผลหายยากและการติดเชื้อ จำเป็นต้องแจ้งให้แพทย์ทราบ เพื่อให้การป้องกันเป็นพิเศษมากกว่าคนอื่นๆ

2. แจ้งโรคประจำตัว ยาที่ใช้ประจำ ประวัติการแพ้อาหาร แพ้ยารับประทาน ยาชา หรือยาสลบให้แพทย์ทราบ สำหรับผู้หญิงควรให้ข้อมูลเรื่องการมีประจำเดือนด้วย เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อการตั้งครรภ์

3. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่อย่างน้อย 4 สัปดาห์ ทั้งก่อนและหลังผ่าตัด (เลิกสูบไปเลยจะดีกับร่างกายที่สุด) เพราะสารที่อยู่ในบุหรี่จะทำลายเซลล์ที่จะช่วยซ่อมแซมแผล และมีผลทำให้เลือดที่จะมาหล่อเลี้ยงบริเวณผ่าตัดลดลง ผิวหนังบริเวณที่ผ่าตัดอาจขาดเลือด ส่งผลให้หายช้า เสี่ยงต่อการติดเชื้อ

4. งดกลุ่มยาที่มีผลต่อการหยุดเลือด เช่น แอสไพริน อย่างน้อยสองสัปดาห์ก่อนการผ่าตัด รวมถึงวิตามินอาหารเสริมต่างๆ เช่น วิตามินอี น้ำมันปลา เมล็ดองุ่น ใบแปะก๊วย โสม

5. ในวันผ่าตัดให้ใส่เสื้อผ้าหลวมๆ ที่ใส่ง่าย ถอดง่าย

6. งดการแต่งหน้าในวันผ่าตัด

7. ทานข้าวให้อิ่ม เพราะหลังผ่าตัดไม่ควรเคลื่อนไหวใบหน้ามาก แต่ไม่ควรทานของเผ็ดร้อนจนเกินไป เดี๋ยวน้ำมูกไหลย้อย คุณหมอจะผ่าตัดลำบาก

8. ก่อนผ่าตัดยังสามารถออกกำลังกายได้ตามปกติ แต่ให้งดออกกำลังกายประเภทที่เสี่ยงต่อการปะทะ

9. พยายามรักษาสุขภาพ อย่าไปตามที่สาธารณะที่คนพลุกพล่าน มีฝุ่นควันสกปรก อย่าให้เกิดอาการไอ จาม น้ำมูกไหล

10. อย่าเครียดหรือวิตกกังวลมากจนเกินไป ทำใจให้สบาย ผ่อนคลาย พร้อมรับดั้งใหม่ไฉไลกว่าเดิม

ขั้นตอนการเสริมจมูก
จมูก

1. พบแพทย์เพื่อปรึกษาถึงรูปทรงจมูก แพทย์จะช่วยออกแบบทรงให้รับกับรูปหน้าของคนไข้ และพิจารณาเรื่องความปลอดภัยตามความเหมาะสมของเนื้อจมูกของแต่ละท่าน

2. แพทย์จะฉีดยานอนหลับ แล้วระหว่างที่คนไข้หลับไป (ประมาณ 10 นาที) จะฉีดยาชาบริเวณจมูก เพื่อคนไข้จะได้ไม่เจ็บ เสร็จแล้วรอให้คนไข้ตื่นค่อยทำการผ่าตัด

3. เมื่อวัดจมูกเรียบร้อย แพทย์จะนำแท่งซิลิโคนมาเหลาให้ได้รูปทรงตามที่กำหนดไว้มาใส่ที่สันจมูก

4. ผ่าตัดสร้างช่องว่าง (Pocket) ที่สันจมูกใต้เยื่อหุ้มกระดูกจมูก

5. ใส่แท่งซิลิโคนที่เตรียมไว้และตรวจสอบความเรียบร้อย

6. เย็บปิดแผลโดยใช้ไหมละลาย

7. ปิดพลาสเตอร์เพื่อช่วยป้องกันการเอียงของจมูก (การใช้วัสดุเย็บแผลหรือชนิดพลาสเตอร์ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทย์)

8. ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 45 นาที นอนพัก 15-20 นาที เมื่อฤทธิ์ยาชาลดลงก็สามารถกลับบ้านได้

กระบวนการในการเสริมจมูก

01-จมูก

การดูแลหลังเสริมจมูก

1. ประคบเย็นด้วย Cold Pack เพื่อช่วยลดอาการบวม แต่ให้ประคบบริเวณหน้าผากและโหนกแก้ม ห้ามให้โดนจมูกโดยตรง

2. นอนหงาย หนุนหมอนสูง 2-3 ใบ ประมาณ 7 วัน

3. กรณีใช้ไหมละลายห้ามล้างหน้า 3 วัน กรณีใช้ไหมตัดห้ามล้างหน้า 7 วัน ระหว่างนี้ให้ใช้สำลีชุบน้ำหรือผ้าขนหนูนุ่มๆ ชุบน้ำบิดหมาดเช็ดหน้าแทนการล้างหน้า

4. สำหรับไหมละลาย เมื่อครบ 3 วัน ให้แกะพลาสเตอร์ออกและล้างหน้าได้ตามปกติ แต่ต้องทำอย่างเบามือ ระวังอย่าให้น้ำโดนแผลที่เย็บไว้

5. ใช้สำลีก้านชุบน้ำอุ่นหรือน้ำเกลือทำความสะอาดในรูจมูกเป็นเวลา 7 วัน

6. ทานยาตามที่แพทย์สั่งให้ครบ ดื่มน้ำมากๆ และพักผ่อนให้เพียงพอ

7. พยายามหลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีคนพลุกพล่าน ฝุ่น ควัน มลภาวะต่างๆ แผลจะได้ไม่เกิดการติดเชื้อ

8. ห้ามออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมใดๆ ที่จะกระทบกระเทือนจมูกเป็นเวลา 1 เดือนหลังผ่าตัด

9. กรณีใช้ไหมตัดให้กลับมาตัดไหมตามนัด ส่วนกรณีใช้ไหมละลาย ไหมจะละลายไปเองภายใน 15 วัน

10. งดการทำสวยเกี่ยวกับใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นการกดสิว ทำทรีทเม้นท์ หรือยิงเลเซอร์ต่างๆ ในขณะที่แผลยังไม่หายดี เพราะอาจกระทบกระเทือนจนเกิดการอักเสบได้

11. ห้าม! ทานอาหารรสจัด อาหารทะเล อาหารดิบ ของหมักดอง ปลาร้า รวมถึงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่เป็นเวลา 1 เดือนหลังผ่าตัด

เสริมจมูกกับโรงพยาบาลเลอลักษณ์ดีอย่างไร

1. แพทย์ทุกท่านของโรงพยาบาลเป็นศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง และเป็นสมาชิกสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งเสริมสวยแห่งประเทศไทย (ThSAPS) แพทย์เฉพาะทางจะต้องเรียนหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต 6 ปี ต่อด้วยศัลยศาสตร์ทั่วไป 3 ปี และศัลยศาสตร์ตกแต่งอีก 3 ปี รวมเป็น 12 ปี และยังมีประสบการณ์การผ่าตัดศัลยกรรม 10 ปีขึ้นไปทุกท่าน ดังนั้นจึงสามารถมั่นใจได้ว่า แพทย์ของเรามีความเชี่ยวชาญและน่าเชื่อถือแน่นอน

2. โรงพยาบาลได้มาตรฐาน เครื่องมือแพทย์ครบครัน ห้องผ่าตัดปลอดเชื้อด้วยระบบกรองอากาศ HEPA Filter (High Efficiency Particulate Air Filter) เพื่อควบคุมปริมาณฝุ่นละอองที่มีอนุภาคขนาดเล็กและเชื้อโรคต่างๆ และระบบ Oxygen Pipeline หรือออกซิเจนช่วยชีวิตสำหรับผู้ป่วยในกรณีฉุกเฉิน รวมถึงมีทีมแพทย์และพยาบาลคอยดูแลอย่างใกล้ชิด

3. เทคนิค Beauty Dream เอกสิทธิ์จากโรงพยาบาลเลอลักษณ์ ที่ทำให้คุณไม่รู้สึกเจ็บขณะผ่าตัด

4. ซิลิโคนเกรดพรีเมียม คุณภาพดีที่สุดจากอเมริกา

5. รับประกันการแก้ไขจมูกกรณีเอียงและอักเสบภายใน 6 เดือนหลังจากทำ

ผลลัพธ์หลังเสริมจมูก

5555555

ชมภาพ Before/After เพิ่มเติมคลิก

 

*ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล

ce73a203-a594-4df9-8500-b4b3c5bfbd44

*ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล

**เสริมจมูกราคาเริ่มต้นที่ 13,900 บาท

เสริมหน้าอก

เสริมหน้าอก

เสริมหน้าอก

เสริมหน้าอก ปัจจุบันการผ่าตัดเสริมหน้าอกได้รับความนิยมกว่าสมัยก่อนมาก เนื่องจากเทคโนโลยีก้าวหน้าขึ้น เทคนิคและวิธีการผ่าตัดของแพทย์ก็พัฒนาตาม การเสริมหน้าอกมีหลายทางเลือก แต่ถ้าจะให้ปลอดภัยควรเลือกผ่าตัดกับศัลยแพทย์เฉพาะทางที่มีความเชี่ยวชาญเท่านั้น ซึ่งการผ่าตัดเสริมหน้าอกด้วยถุงเต้านมเทียม หรือถุงซิลิโคนเป็นที่นิยมมากที่สุด เพราะรูปร่างสวยงามและมีความแข็งแรง หากไม่มีภาวะแทรกซ้อนอะไรก็สามารถอยู่ในร่างกายได้ตลอด

 

ซิลิโคนที่โรงพยาบาลเลอลักษณ์เลือกใช้

ทางโรงพยาบาลเลือกใช้ซิลิโคนที่มีมาตรฐานผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาทั้งของอเมริกาและไทย ซึ่งผลิตได้มาตรฐานสูง เช่น Allergan Premium ถุงนมรูปทรงพิเศษเอกสิทธิ์หนึ่งเดียวของโรงพยาบาลเลอลักษณ์เท่านั้น ซึ่งมีรูปทรงที่สวยกว่าถุงนม Allergan ทั่วไป นอกจากนี้ยังมีถุงนมรุ่นใหม่จากอเมริกาอย่าง Natrelle ที่เป็นถุงนมผิวทรายคุณภาพพิเศษ ป้องกันการเกิดพังผืด ลดอาการแข็งตัวของหน้าอก ทำให้มีหน้าอกที่นิ่มและรูปทรงสวยงาม รวมไปถึงยี่ห้อยอดนิยมอย่าง SebbinEuro และ Mentor ด้วย

Natrelle เป็นถุงนมชนิดพิเศษที่มีความแน่นหนาสูง ลดการเกิดพังผืดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการว่า ไม่ต้องนวดหน้าอกก็นิ่มได้ แต่ถ้านวดจะยิ่งนิ่ม ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น

 

Sebbin ซิลิโคนเกรดทางการแพทย์จากประเทศฝรั่งเศส มีกระบวนการผลิตที่ปลอดเชื้อและควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด 100% โรงงานได้มาตรฐาน ISO 9001 และ 13485

sebbin 1 sebbin 2 sebbin 3

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Mentor เป็นซิลิโคนที่ได้รับการยอมรับมากว่า 20 ปีจากผู้หญิงนับล้านคน เพราะซิลิโคนมีคุณภาพสูง ให้ความรู้สึกเหมือนเนื้อเยื่อเต้านมโดยธรรมชาติ มีขนาดและรูปแบบหลากหลายเพื่อให้เหมาะสมกับโครงสร้างร่างกายของทุกคน

 

 

โรงพยาบาลเลอลักษณ์จะใช้ซิลิโคนผิวทรายเท่านั้น ไม่ใช้ซิลิโคนผิวเรียบ เนื่องจากการใช้ซิลิโคนผิวทรายจะช่วยลดโอกาสการเกิดพังผืดและลดการบีบรัดตัวของซิลิโคนกับเนื้อเยื่อได้ดีกว่า

 

ทรงซิลิโคน

ทรงกลม

ซิลิโคนทรงกลม

มีความนิ่ม ขอบโค้งมนสวยเข้ารูป ทำให้สัดส่วนของเต้านมดูเป็นธรรมชาติ รวมทั้งยังมีขนาดและทรงของความพุ่งให้เลือกหลากหลาย เพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะของเต้านมและรูปร่างของแต่ละค ส่วนซิลิโคนเจลภายในจะเหลวกว่าทรงหยดน้ำ จะไหลลงไปบริเวณส่วนล่างมากกว่า ทำให้มีลักษณะคล้ายทรงหยดน้ำในเวลาอยู่ในท่านั่งและท่ายืน และจะกลับคืนตัวในท่านอนหรือท่าอื่นๆ โดยเฉพาะในท่านอน จะแบนลงและไหลลงไปด้านข้าง ค่อนข้างจะเลียนแบบธรรมชาติในทุกท่วงท่าของร่างกายคนเรา

ซิลิโคนทรงกลมเหมาะกับคนที่มีเนื้อหน้าอกอยู่บ้าง ถ้าเสริมในปริมาณ cc. ที่เท่ากันจะดูใหญ่กว่าทรงหยดน้ำ ขั้นตอนการผ่าตัดไม่ยุ่งยาก ใช้เวลาในการผ่าตัดไม่มาก หลังผ่าต้องนวดเพื่อจัดให้เข้าทรง

 

ทรงหยดน้ำ

height 014
มีรูปทรงคล้ายหยดน้ำ ส่วนล่างป่อง ส่วนบนแบน เพื่อจะให้เลียนแบบลักษณะของเต้านมตามธรรมชาติในท่านั่งและท่ายืน โดยซิลิโคนที่อยู่ภายในจะค่อนข้างแข็ง คงรูป ไม่ค่อยยืดหยุ่น เหมาะกับคนที่มีต้นทุนเดิมค่อนข้างน้อย เพราะฉะนั้นสาวๆ ในกลุ่มนี้อย่าเสริมด้วยทรงกลมเพราะจะดูไม่สวย หน้าอกจะกลมเด้งแบบผิดธรรมชาติเกินไป

 

เลือกขนาดอย่างไร
มีตั้งแต่ 100-800 cc. แล้วแต่ความต้องการของคนไข้ การเลือกขนาดขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ทั้งความสูง ความกว้างของช่วงไหล่ รวมถึงเนื้อหน้าอกว่า มีมากพอที่จะรองรับซิลิโคนได้หรือไม่ ถ้าเนื้อหน้าอกน้อยแต่เสริมเข้าไปเยอะ เมื่อคลำดูอาจจะเจอขอบซิลิโคน ทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติ ถ้าคนไข้ตัวเล็กแต่เสริมขนาดใหญ่เกินไปก็จะดูไม่สมส่วน

 

ตำแหน่งของการผ่าตัด
โดยปกติสามารถทำได้ 2 ตำแหน่ง ได้แก่

1. ใต้ราวนม
เป็นบริเวณที่ได้รับความนิยมเพราะแผลจะหลบอยู่ใต้ราวนมด้านข้าง ยาวประมาณ 3-4 เซนติเมตร มองไม่เห็นแม้เวลานอน (แอบยกเว้นสามีไว้คนนึง) การผ่าตัดทำได้เร็วกว่า จัดรูปทรงได้ง่าย เจ็บน้อยกว่าการผ่าตัดบริเวณอื่น

2. บริเวณรักแร้
ข้อดีคือไม่มีแผลเป็นอยู่บริเวณเต้านม ทำให้รู้สึกมั่นใจมากขึ้น แต่มีข้อเสียเล็กน้อยคือ หลังทำจะเจ็บแผลกว่าบริเวณใต้ราวนม และในกรณีถ้าต้องแก้ไข แพทย์มักแนะนำให้ทำบริเวณใต้ราวนม เพราะการแก้ไขทางรักแร้แม้จะทำได้แต่จะได้ผลไม่ดี

เเผลผ่าตัดนม

ตำแหน่งการวางซิลิโคน
สามารถวางได้ 2 ตำแหน่ง คือ วางใต้กล้ามเนื้อและเหนือกล้ามเนื้อ

1. วางใต้กล้ามเนื้อ

เหมาะกับผู้ที่มีเนื้อหน้าอกน้อย เพราะจะอาศัยกล้ามเนื้อเป็นตัวช่วยหนุนให้อกดูอวบอูม

2. วางเหนือกล้ามเนื้อ

เหมาะสำหรับสาวๆ ที่พอมีเนื้อหน้าอกอยู่บ้าง เพื่อเป็นกันชนระหว่างผิวเนื้อเยื่อหน้าอกกับถุงซิลิโคน ทำให้จัดทรงได้ง่ายขึ้น

ตำเเหน่ง

ขั้นตอนการผ่าตัด

แพทย์จะใช้ยาสลบเพื่อความสะดวกและลดอาการเจ็บปวดในการผ่าตัด คลินิกที่ไม่ได้มาตรฐานบางแห่งอาจใช้แค่ยาชาซึ่งจะซึมเข้าสู่ผิวหนังได้ไม่ลึกมาก แต่ถ้าเป็นยาสลบจะลึกถึงระบบประสาท แพทย์จะผ่าตัดเปิดแผลบริเวณรักแร้หรือใต้ราวนมตามที่ตกลงกับคนไข้ไว้ หลังจากนั้นทำการแหวกเนื้อเต้านมและกล้ามเนื้อแผงหน้าอกให้แยกออกจากกันเป็นช่องกว้างขนาดพอเหมาะที่จะใส่ถุงซิลิโคน เมื่อห้ามเลือดเรียบร้อยแล้ว แพทย์จะค่อยๆ ใส่ซิลิโคนเข้าไปทีละนิดจนหมด เมื่อจัดรูปทรงเข้าที่แล้วเย็บปิดแผลด้วยไหมเล็กๆ จะเป็นแบบละลายหรือไม่ละลายก็ได้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย ใช้เวลาผ่าตัด 1-2 ชั่วโมง

หลังผ่าตัดต้องดูแลตัวเองอย่างไร
วิธีดูแลหลังเสริมหน้าอก หลังผ่าตัดแล้วจะได้นอนพักที่โรงพยาบาล 1 คืน ต้องใส่สายยางเพื่อระบายเลือดออกทางรักแร้ทั้งสองข้าง และแพทย์จะได้สังเกตอาการโดยรวมทั้งหมดด้วย หลังจากนั้นจะมีอาการปวด ระบม บริเวณหน้าอกและรักแร้ แต่ประมาณ 3-7 วันอาการจะค่อยๆ ดีขึ้น ซึ่งมีการดูแลหลังการผ่าตัดดังนี้
-ทานยาแก้ปวด แก้อักเสบ ลดบวมให้หมดตามแพทย์สั่ง

-5 วันหลังผ่าตัดต้องมาพบแพทย์เพื่อตรวจซ้ำ

-สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้หลังผ่าตัด 2 สัปดาห์

-ไม่ควรใส่เสื้อชั้นในแบบมีโครงเหล็กในช่วง 1 เดือนแรกหลังการผ่าตัด และใส่แบบมีโครงได้หลังผ่าตัด 6 เดือน

-สามารถออกกำลังกายหรือยกของหนักได้เต็มที่หลังผ่าตัด 2 เดือน

-ไหมที่ใช้ในการผ่าตัดเป็นไหมละลาย จะละลายประมาณ 2 สัปดาห์ถึง 1 เดือน

-สามารถใช้โรลออนหรือยาทารอยแผลเป็นได้หลังผ่าตัด 1 เดือน (ถ้าใช้เร็วเกินไปจะทำให้แผลแฉะ และไหมจะละลายเร็ว ทำให้แผลปริได้) เดือนแรกให้ใช้ยาทาแผลสด (เบตาดีน)

-หมั่นยกแขนบ่อยๆ โดยยกให้ได้ระดับเสมอไหล่แล้วค่อยๆชูขึ้น โดยประมาณ 1 เดือนจะสามารถชูแขนขึ้นฟ้าได้

-ถ้ามีอาการตึงใต้รักแร้ให้ใช้นิ้วโป้งกดบริเวณที่ตึง อาจมีอาการเจ็บ กดค้างไว้นับ 1-10 แล้วปล่อย ทำอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้พังผืดใต้รักแร้คลายตัวลง

-ถ้ามีอาการชาเกิดขึ้นหลังการผ่าตัดไม่ต้องตกใจ เพราะเป็นผลจากกล้ามเนื้อช้ำจากการผ่าตัด จะกลับเป็นปกติภายใน 3-6 เดือน ถ้ามีอาการจี๊ดหรือแปลบถือเป็นอาการปกติ แสดงว่า แผลภายในใกล้หายแล้ว พังผืดสามารถเกิดขึ้นได้แต่ไม่ต้องกังวล ให้หมั่นนวดเป็นประจำก็พอ

แต่การดูแลที่สำคัญมากอีกอย่างคือ “การนวดหน้าอก” เนื่องจากร่างกายจะสร้างพังผืดมาล้อมตัวถุงนมเทียมไว้ หากถูกล้อมมากเกินไปจะทำให้หน้าอกเกิดอาการตึง แข็ง หรือ บิดเบี้ยวได้ ดังนั้นหลังจากผ่าตัดเสริมหน้าอกแล้ว คนไข้ต้องหมั่นนวดคลึงหน้าอกเพื่อให้ถุงนมสามารถเคลื่อนไหวได้ตลอดเวลา จะเป็นการป้องกันปัญหาดังกล่าว ทำให้เต้านมเข้าที่และสวยงามยิ่งขึ้น ซึ่งเลอลักษณ์มีบริการนวดหน้าอกด้วยเครื่องนวดกระตุ้นไฟฟ้าให้ลูกค้าฟรี 1 ครั้งด้วย

เสริมหน้าอกกับเลอลักษณ์ดีอย่างไร

1. ศัลยแพทย์ของโรงพยาบาลเลอลักษณ์ทุกท่านได้รับการรับรองจากสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย หลักสูตรวุฒิบัตร 6 ปี และสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งความงามนานาชาติ (International Society of Aesthetic Plastic Surgery หรือ ISAPS) ประมาณ 10 ท่าน โดยแพทย์เฉพาะทางจะต้องเรียนแพทย์ทั่วไป 6 ปี และเรียนเฉพาะทางศัลยกรรมต่ออีก 6 ปี รวมเป็น 12 ปี จึงมั่นใจได้ว่า แพทย์ของเรามีฝีมือและประสบการณ์ที่เชื่อถือได้แน่นอน

2. นายแพทย์กิตติศักดิ์ วิชาชัย มีชื่อเสียงและประสบการณ์ในการทำหน้าอกมากว่า 20 ปี มากที่สุดในประเทศไทย เป็นที่พึงพอใจของคนไข้เพราะคุณหมอทำหน้าอกได้ชิด สวย เซ็กซี่ และมีเทคนิคพิเศษเฉพาะตัวที่เรียกว่า Circular Drip หรือการวางซิลิโคนทรงกลมให้เป็นทรงหยดน้ำ เพื่อหน้าอกที่ได้รูปทรงสวยเป็นธรรมชาติ เหมาะกับผู้ที่ไม่ต้องการให้เห็นเนินอกด้านบนชัด ไม่กลมเป็นซาลาเปา และเทคนิคการผ่าตัดแบบ Scarless แผลผ่าตัดจะเป็นเส้นเดียว ไม่ต้องใช้ไหม ไม่เป็นรอยเย็บแบบสมัยก่อน จะช่วยทำให้แผลสวยขึ้นด้วย

3. โรงพยาบาลได้มาตรฐาน เครื่องมือแพทย์ครบครัน ห้องผ่าตัดปลอดเชื้อด้วยระบบกรองอากาศ HEPA Filter (High Efficiency Particulate Air Filter) เพื่อควบคุมปริมาณฝุ่นละอองที่มีอนุภาคขนาดเล็กและเชื้อโรคต่างๆ รวมถึงมีทีมแพทย์และพยาบาลคอยดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง

4. เมื่อผ่าตัดเสร็จ ถ้าเป็นคลินิกเล็กๆ บางแห่งอาจให้กลับบ้านเลยเพราะไม่มีที่พักให้ ทำให้ร่างกายบอบช้ำเกินไป แต่ที่เลอลักษณ์ เราจะให้คนไข้ได้พักที่โรงพยาบาล 1 คืนเพื่อสอดสายยางระบายเลือดออกและนอนพักผ่อนให้เต็มที่ ซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นมากต่อการฟื้นตัวของคนไข้

5. เมื่อแผลดีขึ้นแล้วจะมีบริการนวดหน้าอกด้วยเครื่องนวดไฟฟ้าให้ฟรี 1 ครั้ง หน้าอกจะนิ่ม สวย เข้ารูป และไม่มีพังผืดเกาะ

6. รับประกันงานเสริมหน้าอก 1 ปี และรับประกันซิลิโคนตลอดชีวิต

 

วิธีการนวดหน้าอก (นวดนม)

การนวดหน้าอกหลังเสริมเพื่อให้เต้านมสวยควรนวดเต้านมวันละ 3 – 4 ครั้ง โดยกระทำอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกวัน ใน ช่วง 6 เดือนถึง 1 ปี หลังการผ่าตัดเสริมหน้าอกไปแล้ว ซึ่งอาจจะเกิดมีเสียงน้ำหรือลมในระหว่างการนวดหน้าอก ในเดือนแรก หลังจากนั้นเสียงเหล่านั้นก็จะค่อย ๆ หายไป

วิธีการนวดหน้าอก การนวดหน้าอก ขั้นที่ 1

โดยใช้ฝ่ามือทั้ง 2 ข้าง ดันเต้านมจากด้านข้างลำตัวให้เข้ามาหากัน ให้ชิดที่สุดเท่าที่จะทำได้และค้างไว้ 10 วินาที

วิธีการนวดหน้าอก การนวดหน้าอก ขั้นที่ 2

ต่อมาใช้ฝ่ามือทั้ง 2 ข้าง ดันเต้านมจากด้านในร่องทรวงอก ออกจากกันมาทางด้านข้าง และทำให้ห่างมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และรอค้างไว้ประมาณ 10 วินาที

วิธีการนวดหน้าอก การนวดหน้าอก ขั้นที่ 3

ใช้ฝ่ามือทั้ง 2 ข้าง กดเต้านมจากด้านบน ดันให้ลงด้านล่างให้ได้มากที่สุด หรือจะกดลงทีละข้างหรือพร้อมกันก็ได้ และกดค้างไว้นานประมาณ 10 วินาที

วิธีการนวดหน้าอก การนวดหน้าอก ขั้นที่ 4

ให้ใช้ฝ่าของมือขวา บีบบริเวณด้านล่างของเต้านมด้านซ้าย ซึ่งทำการบีบและดันจากด้านล่าง โดยให้ยกขึ้นไปให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ พร้อมแนบนิ้วมือเข้ากับชายโครงและค้างไว้ 1-5 นาที

วิธีการนวดหน้าอก การนวดหน้าอก ขั้นที่ 5

โดยใช้ฝ่าของมือซ้าย บีบบริเวณด้านล่างของเต้านมขวา ซึ่งทำการบีบและดันจากด้านล่าง ยกขึ้นให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ พร้อมแนบนิ้วมือกับชายโครงกระดูก และค้างไว้ประมาณ 1-5 นาที

เมื่อเสร็จจากขั้นตอนที่ 5 แล้วก็สามารถย้อนกลับไปเริ่มจากขั้นตอนที่ 1 ได้เลย โดยทำเป็น ขั้นตอน 1 2 3 4 5… ดังที่ได้กล่าวไปแล้วในเบื้องต้นค่ะ โดยปกติคนไข้ที่มาเสริมหน้าอกหลังได้รับการผ่าตัดแล้ว คุณหมอจะนัดให้เข้ามาพบเพื่อตรวจซ้ำพร้อมกับตัดไหม และพยาบาลสอนวิธีการนวดหน้าอกหลังเสริมให้ด้วย

 

ภาพก่อน หลัง เสริมหน้าอก

นม1

*ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

นม2

*ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

ชมภาพ ก่อน-หลัง ทั้งหมด

 

 

**เสริมหน้าอกราคาเริ่มต้นที่ 39,900 บาท**

ความประทับใจจากผู้เข้ารับบริการจริง

1480588466935 1480588702974 1480588799052 capture-20161122-103311

ทำตา 2 ชั้น

ทำตาสองชั้น

ทำตา 2 ชั้น ศัลยกรรมตา

ทำตา 2 ชั้น ศัลยกรรมตา ดวงตาเป็นอวัยวะที่สื่ออารมณ์ความรู้สึกทั้งหมดของคนเรา ต่อให้ปากไม่ตรงกับใจแต่ถึงอย่างไรดวงตาก็ฟ้องทุกอย่างอยู่ดี คนที่มีดวงตากลมโตและมีเปลือกตาที่มองเห็นเป็นสองชั้นชัดเจนโดยธรรมชาตินั้น ถือว่าโชคดีมาก เพราะไม่ต้องมานั่งกังวลว่า จะถ่ายรูปออกมาสวยไหม ทำกับหมอไหนดี ถ้าทำแล้วจะเจ็บไหม อันตรายหรือเปล่า แต่เมื่อคุณตัดสินใจแล้วว่าจะทำศัลยกรรม ก็ควรมีการวางแผนและเตรียมตัวให้ดี

เริ่มจากการพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมตกแต่งโดยเฉพาะ เพื่อปรึกษาและสอบถามข้อมูลที่คนไข้ควรรู้อย่างละเอียด แพทย์จะพิจารณาจากลักษณะของหนังตาเดิมว่าทำอะไรได้มากน้อยแค่ไหน คุณอาจจะถือรูปของดาราที่ตาสวยๆ ไปประกอบให้แพทย์ดูด้วยก็ได้ แต่ความต้องการของคุณกับแพทย์อาจไม่ตรงกัน เพราะฉะนั้นตกลงกันให้ดีก่อน เมื่อทำไปแล้วไม่มีใครอยากกลับมาแก้ทีหลังแน่นอน

ทำตาสองชั้นกับโรงพยาบาลเลอลักษณ์

ศัลยแพทย์ของโรงพยาบาลเลอลักษณ์มีโอกาสบินไปศึกษาวิธีทำตาสองชั้นจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเทคนิคที่จะได้รอยพับชั้นตาที่ลึก คม และสวยหวานมาก

วิธีผ่าตัด

การผ่าตัดแบบกรีด

2ชั้นกรีด

การผ่าตัดด้วยวิธีนี้เหมาะสำหรับคนที่อายุ 35 ปีขึ้นไป หรือคนที่มีปัญหาหนังตาตก เปลือกตาหนา ไขมันที่เปลือกตามากและมีความหย่อนของผิวหนัง โดยจะใช้มีดผ่าตัดกรีดเปิดแผลตั้งแต่หัวตาไปจนถึงหางตา จะกรีดยาวแค่ไหนขึ้นอยู่กับข้อตกลงของแพทย์และคนไข้ หากมีผิวหนังหรือไขมันมากแผลจะยาว หากมีไขมันน้อยหรือไม่ต้องเอาออกเลยแผลก็จะสั้นลง

วิธีนี้มีข้อดีคือได้ลายเส้นของชั้นตาที่แม่นยำ และเมื่อเวลาผ่านไปก็จะไม่คลายออกง่ายๆ ส่วนข้อเสียคือ หลังจากทำจะมีอาการบวมอยู่นานพอสมควรกว่าจะดูสวยเป็นธรรมชาติ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับร่างกายของคนไข้ด้วย

การผ่าตัดแบบเจาะ 3 จุด หรือ “Barbie Blythe Eyes”

2ชั้น-3จุด

เหมาะกับคนไข้ที่มีอายุไม่เกิน 35 ปีที่มีเปลือกตาบาง ไขมันบริเวณเปลือกตาน้อย และหนังตาไม่ตก แพทย์จะเจาะเปลือกตาให้เป็นรูเล็กๆ ด้วยเครื่องเลเซอร์ แล้วเย็บด้วยการล็อคชั้นตาจากด้านในด้วยไหมชนิดพิเศษขนาดเล็กเท่าเส้นผม การใช้เลเซอร์จะทำให้รอยพับชั้นตาสวยคม มีเลือดออกน้อยมาก แผลหายเร็ว อาการบวมน้อย ในกรณีที่คนไข้มีไขมันบนเปลือกตาอยู่บ้าง แพทย์สามารถเอาไขมันออกจากรูเล็กๆ ได้โดยไม่ต้องมีการใช้มีดกรีดเพิ่ม เทคนิคนี้มีเฉพาะที่โรงพยาบาลเลอลักษณ์เท่านั้น

วิธีดูแลตัวเองหลังศัลยกรรมตา

  1. ในวันผ่าตัดไม่ควรขับรถไปเอง ควรชวนใครไปเป็นเพื่อนหรือเรียกแท็กซี่ เพราะเมื่อผ่าตัดเสร็จจะยังใช้สายตาไม่สะดวก
  2. พกแว่นกันแดดติดตัวไปด้วยในวันผ่าตัด เพื่อใช้อำพรางดวงตาและป้องกันแสงแดด
  3. นอนหนุนหมอนสูง 2-3 ใบ ในช่วงวันแรกหลังผ่าตัด
  4. ในช่วง 3 วันแรกหลังผ่าตัด ให้ประคบเย็นที่บริเวณหน้าผากและรอบดวงตา โดยประคบ 15 นาที เว้น 15 นาที เพื่อช่วยห้ามการไหลซึมของเลือด
  5. ทานยาแก้อักเสบและลดบวม หากเกิดอาการปวดสามารถรับประทานยาแก้ปวดได้ หลีกเลี่ยงการดื่มของมึนเมา เนื่องจากจะมีผลทำให้แผลหายช้าและนอนพักผ่อนให้เพียงพอ
  6. หลังการผ่าตัด 24 ชั่วโมง สามารถทำความสะอาดแผลได้ โดยใช้สำลีก้อนชุบน้ำอุ่นเช็ดเบาๆ บริเวณแผลที่เปลือกตาและซับให้แห้ง แล้วทายาเคลือบแผลตามแพทย์สั่ง
  7. ไม่ควรล้างหน้าในช่วง 3 วันแรกหลังทำ เพื่อให้แผลแห้งและหายเร็ว
  8. พยายามอย่ากะพริบตาถี่เพื่อหลีกเลี่ยงอาการบวม
  9. ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่จะมีผลต่อการเพิ่มความดันในดวงตา เช่น การเล่นกีฬาทุกประเภท การก้ม การยกของหนักหรือแม้แต่การร้องไห้ รวมทั้งหลีกเลี่ยงการออกแดด และสวมแว่นกันแดดเสมอจนกว่าแผลจะหายเป็นปกติ
  10. ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมทุกอย่างที่ต้องใช้สายตา เช่น อ่านหนังสือนานๆ การใช้คอมพิวเตอร์ และการใส่คอนแทคเลนส์ เนื่องจากทำให้ตาแห้งได้
  11. ไม่ควรขยี้ตาแรงในช่วง 3 สัปดาห์แรกหลังจากทำ บางคนอาจจะมีขี้ตามากกว่าปกติ และรู้สึกตึงหนังตาบนบ้าง ซึ่งอาการเหล่านี้จะหายเป็นปกติภายใน 1 สัปดาห์
  12. ในช่วงแรก ชั้นตาจะยังดูบวม หนา ไม่เป็นธรรมชาติ ซึ่งจะค่อยๆ ยุบลงไปเรื่อยๆ แล้วจะสามารถเห็นชั้นตาที่สวยงามในสัปดาห์ที่ 4 และจะหายสนิทในระยะเวลา 1 – 3 เดือนหลังผ่าตัด

ทำไมต้องศัลยกรรมตากับโรงพยาบาลเลอลักษณ์

  1. แพทย์ทุกท่านของโรงพยาบาลเป็นศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง และเป็นสมาชิกสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งเสริมสวยแห่งประเทศไทย (ThSAPS) แพทย์เฉพาะทางจะต้องเรียนหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต 6 ปี ต่อด้วยศัลยศาสตร์ทั่วไป 3 ปี และศัลยศาสตร์ตกแต่งอีก 3 ปี รวมเป็น 12 ปี และยังมีประสบการณ์การผ่าตัดศัลยกรรม 10 ปีขึ้นไปทุกท่าน ดังนั้นจึงสามารถมั่นใจได้ว่า แพทย์ของเรามีความเชี่ยวชาญและน่าเชื่อถือแน่นอน
  2. แพทย์ของโรงพยาบาลเลอลักษณ์มีโอกาสบินไปศึกษาวิธีการทำตา 2 ชั้นจากประเทศญี่ปุ่น และจะใช้เทคนิคญี่ปุ่นในการผ่าตัดเท่านั้น เทคนิคญี่ปุ่นจะได้รอยพับชั้นตาที่ลึก คม สวยหวานกำลังดี เพื่อดวงตาที่สวยที่สุดสำหรับลูกค้าของเรา
  1. โรงพยาบาลได้มาตรฐาน เครื่องมือแพทย์ครบครัน ห้องผ่าตัดปลอดเชื้อด้วยระบบกรองอากาศ HEPA Filter (High Efficiency Particulate Air Filter) เพื่อควบคุมปริมาณฝุ่นละอองที่มีอนุภาคขนาดเล็กและเชื้อโรคต่างๆ และระบบ Oxygen Pipeline หรือออกซิเจนช่วยชีวิตสำหรับผู้ป่วยในกรณีฉุกเฉิน รวมถึงมีทีมแพทย์และพยาบาลคอยดูแลอย่างใกล้ชิด
  2. รับประกันการงานศัลยกรรมภายใน 6 เดือนหลังจากทำ

 

**ทำตา 2 ชั้นราคาเริ่มต้นที่ 13,900 บาท

ตัดแต่งหนังตาบน

ตัดแต่งหนังตาบน

การตัดแต่งหนังตาบน

เมื่ออายุมากขึ้น หนังตาชั้นบนมักตกลง มีรอยย่น ทำให้ชั้นตาเล็กลง บางเคสชั้นตาอาจตกลงมาปิดชั้นม่านตา หรือทำให้ขนตาม้วนเข้าด้านใน ส่งผลให้เกิดการระคายเคือง การผ่าตัดตกแต่งหนังตาบน เป็นวิธีที่จะช่วยตัดไขมันใต้ตาและตัดหนังตาส่วนเกินออก ช่วยให้ชั้นตาใหญ่ขึ้น พร้อมกับลดไขมันที่ตาบนในบางตำแหน่งได้ และยังสามารถย้ายไขมันไปเติมในบางตำแหน่งที่ขาดไขมันได้

ส่วนขั้นตอนการผ่าตัดก็ไม่ได้ยุ่งยากมาก เริ่มจากฉีดยาชาบริเวณที่จะทำการผ่าตัด กรีดชั้นตาและเอาไขมันออก เย็บยึดชั้นตากับกล้ามเนื้อด้านล่าง สุดท้ายเย็บปิดแผลชั้นผิวหนัง

ตกเเต่งหนังตาบน

วิธีดูแลตัวเองหลังศัลยกรรมตา

1.ในวันผ่าตัดไม่ควรขับรถไปเอง ควรชวนใครไปเป็นเพื่อนหรือเรียกแท็กซี่ เพราะเมื่อผ่าตัดเสร็จจะยังใช้สายตาไม่สะดวก

2. พกแว่นกันแดดติดตัวไปด้วยในวันผ่าตัด เพื่อใช้อำพรางดวงตาและป้องกันแสงแดด

3. นอนหนุนหมอนสูง 2-3 ใบ ในช่วงวันแรกหลังผ่าตัด

4. ในช่วง 3 วันแรกหลังผ่าตัด ให้ประคบเย็นที่บริเวณหน้าผากและรอบดวงตา โดยประคบ 15 นาที เว้น 15 นาที เพื่อช่วยห้ามการไหลซึมของเลือด

5. ทานยาแก้อักเสบและลดบวม หากเกิดอาการปวดสามารถรับประทานยาแก้ปวดได้ หลีกเลี่ยงการดื่มของมึนเมา เนื่องจากจะมีผลทำให้แผลหายช้าและนอนพักผ่อนให้เพียงพอ

6. หลังการผ่าตัด 24 ชั่วโมง สามารถทำความสะอาดแผลได้ โดยใช้สำลีก้อนชุบน้ำอุ่นเช็ดเบาๆ บริเวณแผลที่เปลือกตาและซับให้แห้ง แล้วทายาเคลือบแผลตามแพทย์สั่ง

7. ไม่ควรล้างหน้าในช่วง 3 วันแรกหลังทำ เพื่อให้แผลแห้งและหายเร็ว

8. วันที่ 4 หลังผ่าตัดให้เริ่มประคบด้วยน้ำอุ่นบริเวณหน้าผากและรอบดวงตา โดยประคบ 15 นาที เว้น 15 นาที จะช่วยลดอาการบวมและเขียวช้ำได้

9. พยายามอย่ากะพริบตาถี่เพื่อหลีกเลี่ยงอาการบวม

10. ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่จะมีผลต่อการเพิ่มความดันในดวงตา เช่น การเล่นกีฬาทุกประเภท การก้ม การยกของหนักหรือแม้แต่การร้องไห้ รวมทั้งหลีกเลี่ยงการออกแดด และสวมแว่นกันแดดเสมอจนกว่าแผลจะหายเป็นปกติ

11. ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมทุกอย่างที่ต้องใช้สายตา เช่น อ่านหนังสือนานๆ การใช้คอมพิวเตอร์ และการใส่คอนแทคเลนส์ เนื่องจากทำให้ตาแห้งได้

12. ไม่ควรขยี้ตาแรงในช่วง 3 สัปดาห์แรกหลังจากทำ บางคนอาจจะมีขี้ตามากกว่าปกติ และรู้สึกตึงหนังตาบนบ้าง ซึ่งอาการเหล่านี้จะหายเป็นปกติภายใน 1 สัปดาห์

13. ในช่วงแรก ชั้นตาจะยังดูบวม หนา ไม่เป็นธรรมชาติ ซึ่งจะค่อยๆ ยุบลงไปเรื่อยๆ แล้วจะสามารถเห็นชั้นตาที่สวยงามในสัปดาห์ที่ 4 และจะหายสนิทในระยะเวลา 1 – 3 เดือนหลังผ่าตัด

ทำไมต้องศัลยกรรมตากับโรงพยาบาลเลอลักษณ์

1.แพทย์ทุกท่านของโรงพยาบาลเป็นศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง และเป็นสมาชิกสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งเสริมสวยแห่งประเทศไทย (ThSAPS) แพทย์เฉพาะทางจะต้องเรียนหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต 6 ปี ต่อด้วยศัลยศาสตร์ทั่วไป 3 ปี และศัลยศาสตร์ตกแต่งอีก 3 ปี รวมเป็น 12 ปี และยังมีประสบการณ์การผ่าตัดศัลยกรรม 10 ปีขึ้นไปทุกท่าน ดังนั้นจึงสามารถมั่นใจได้ว่า แพทย์ของเรามีความเชี่ยวชาญและน่าเชื่อถือแน่นอน

2. โรงพยาบาลได้มาตรฐาน เครื่องมือแพทย์ครบครัน ห้องผ่าตัดปลอดเชื้อด้วยระบบกรองอากาศ HEPA Filter (High Efficiency Particulate Air Filter) เพื่อควบคุมปริมาณฝุ่นละอองที่มีอนุภาคขนาดเล็กและเชื้อโรคต่างๆ และระบบ Oxygen Pipeline หรือออกซิเจนช่วยชีวิตสำหรับผู้ป่วยในกรณีฉุกเฉิน รวมถึงมีทีมแพทย์และพยาบาลคอยดูแลอย่างใกล้ชิด

3. รับประกันการงานศัลยกรรมภายใน 6 เดือนหลังจากทำ

เปิดหัวตาและหางตา

เปิดหัวตาและหางตา

การผ่าตัดเปิดหัวตาและหางตา

คนไทยส่วนใหญ่มีปัญหาเรื่องมีเนื้อมาปิดหัวตาและหางตาค่อนข้างมาก ส่งผลให้ดวงตามีขนาดเล็ก ดูไม่สวยงาม แต่สามารถแก้ไขได้โดยการศัลยกรรมเปิดหัวตาหรือหางตา ซึ่งเป็นการตกแต่งเยื่อบริเวณหัวตาหรือหางตา เพื่อเพิ่มพื้นที่ตาขาวและทำให้ตาดำอยู่ตรงกึ่งกลางพอดี ซึ่งจะทำให้ได้ดวงตาที่เรียวยาว ใบหน้าดูโดดเด่น เปลี่ยนลุคให้สวยหวานและมีเสน่ห์มากขึ้น

 

เปิดหัวตา

เปิดหัวตา

เปิดหางตา

เปิดหางตา

วิธีดูแลตัวเองหลังศัลยกรรมตา

1. ในวันผ่าตัดไม่ควรขับรถไปเอง ควรชวนใครไปเป็นเพื่อนหรือเรียกแท็กซี่ เพราะเมื่อผ่าตัดเสร็จจะยังใช้สายตาไม่สะดวก

2. พกแว่นกันแดดติดตัวไปด้วยในวันผ่าตัด เพื่อใช้อำพรางดวงตาและป้องกันแสงแดด

3. นอนหนุนหมอนสูง 2-3 ใบ ในช่วงวันแรกหลังผ่าตัด

4. ในช่วง 3 วันแรกหลังผ่าตัด ให้ประคบเย็นที่บริเวณหน้าผากและรอบดวงตา โดยประคบ 15 นาที เว้น 15 นาที เพื่อช่วยห้ามการไหลซึมของเลือด

5. ทานยาแก้อักเสบและลดบวม หากเกิดอาการปวดสามารถรับประทานยาแก้ปวดได้ หลีกเลี่ยงการดื่มของมึนเมา เนื่องจากจะมีผลทำให้แผลหายช้าและนอนพักผ่อนให้เพียงพอ

6. หลังการผ่าตัด 24 ชั่วโมง สามารถทำความสะอาดแผลได้ โดยใช้สำลีก้อนชุบน้ำอุ่นเช็ดเบาๆ บริเวณแผลที่เปลือกตาและซับให้แห้ง แล้วทายาเคลือบแผลตามแพทย์สั่ง

7.ไม่ควรล้างหน้าในช่วง 3 วันแรกหลังทำ เพื่อให้แผลแห้งและหายเร็ว

8. พยายามอย่ากะพริบตาถี่เพื่อหลีกเลี่ยงอาการบวม

9. ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่จะมีผลต่อการเพิ่มความดันในดวงตา เช่น การเล่นกีฬาทุกประเภท การก้ม การยกของหนักหรือแม้แต่การร้องไห้ รวมทั้งหลีกเลี่ยงการออกแดด และสวมแว่นกันแดดเสมอจนกว่าแผลจะหายเป็นปกติ

10. ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมทุกอย่างที่ต้องใช้สายตา เช่น อ่านหนังสือนานๆ การใช้คอมพิวเตอร์ และการใส่คอนแทคเลนส์ เนื่องจากทำให้ตาแห้งได้

11. ไม่ควรขยี้ตาแรงในช่วง 3 สัปดาห์แรกหลังจากทำ บางคนอาจจะมีขี้ตามากกว่าปกติ ซึ่งอาการเหล่านี้จะหายเป็นปกติภายใน 1 สัปดาห์

ทำไมต้องศัลยกรรมตากับโรงพยาบาลเลอลักษณ์

1. แพทย์ทุกท่านของโรงพยาบาลเป็นศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง และเป็นสมาชิกสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งเสริมสวยแห่งประเทศไทย (ThSAPS) แพทย์เฉพาะทางจะต้องเรียนหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต 6 ปี ต่อด้วยศัลยศาสตร์ทั่วไป 3 ปี และศัลยศาสตร์ตกแต่งอีก 3 ปี รวมเป็น 12 ปี และยังมีประสบการณ์การผ่าตัดศัลยกรรม 10 ปีขึ้นไปทุกท่าน ดังนั้นจึงสามารถมั่นใจได้ว่า แพทย์ของเรามีความเชี่ยวชาญและน่าเชื่อถือแน่นอน

2. โรงพยาบาลได้มาตรฐาน เครื่องมือแพทย์ครบครัน ห้องผ่าตัดปลอดเชื้อด้วยระบบกรองอากาศ HEPA Filter (High Efficiency Particulate Air Filter) เพื่อควบคุมปริมาณฝุ่นละอองที่มีอนุภาคขนาดเล็กและเชื้อโรคต่างๆ และระบบ Oxygen Pipeline หรือออกซิเจนช่วยชีวิตสำหรับผู้ป่วยในกรณีฉุกเฉิน รวมถึงมีทีมแพทย์และพยาบาลคอยดูแลอย่างใกล้ชิด

3. รับประกันการงานศัลยกรรมภายใน 6 เดือนหลังจากทำ

ทำปากกระจับ/ทำปากบาง

ทำปากกระจับ/ทำปากบาง

ศัลยกรรมปาก

สาวๆ หรือหนุ่มๆ หลายคนอาจรู้สึกว่า การมีริมฝีปากหนาสร้างปัญหาให้ชีวิต บางคนไม่กล้าออกไปพรีเซนต์งานหน้าที่ประชุม ไม่กล้าถ่ายรูป ไม่อยากพูดจากับคนที่ไม่สนิทสนมคุ้นเคย ฯลฯ ซึ่งปัญหาเหล่านี้ส่งผลให้เกิดความไม่มั่นใจในตัวเอง แต่ตอนนี้เทคโนโลยีก้าวหน้าไปมาก การจะแก้ไขปากให้บางลงหรือเป็นทรงกระจับที่สวยเข้ารูปไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป โดยแพทย์จะพยายามซ่อนแผลเป็นให้อยู่ในเนื้อเยื่ออ่อนด้านในของริมฝีปาก ทำให้มองไม่เห็นแผลเป็นเวลายิ้ม

การตกแต่งริมฝีปากให้ได้รูปขึ้นอยู่กับเนื้อปากเดิมของแต่ละคนว่า มีมากน้อยแค่ไหน โดยแพทย์จะประเมินรูปปากของคนไข้ร่วมกับองค์ประกอบอื่นๆ บนใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นตา จมูก คิ้ว โหนกแก้ม หน้าผาก คาง รวมถึงโครงสร้างของฟัน เพื่อให้ริมฝีปากบนและล่างได้สัดส่วนที่เหมาะสมและรับกับรูปหน้าของคนไข้อย่างเป็นธรรมชาติที่สุด

การศัลยกรรมปากที่เป็นที่นิยมมี 2 ประเภท คือ

ทำปากกระจับ

ปากกระจับ

 

  • การทำปากกระจับสามารถทำได้เฉพาะปากบนเท่านั้น เหมาะสำหรับ
  • ผู้ที่มีริมฝีปากหนา ห้อย มีเนื้อปากค่อนข้างมาก
  • มีปากขนาดปกติแต่ไม่ได้สัดส่วนที่พอดี
  • ผู้ที่เคยได้รับอุบัติเหตุและมีแผลเป็นบริเวณริมฝีปาก

ทำปากบาง

เป็นการทำให้ริมฝีปากได้สัดส่วนที่สวยงามกำลังดี เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาริมฝีปากหนาเกินไป สามารถทำได้ทั้งปากบนและปากล่าง จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้คนไข้มากขึ้น

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด

1.งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 2 สัปดาห์ทั้งก่อนและหลังผ่าตัด เพราะจะส่งผลให้แผลหายช้า

2. งดยาแอสไพริน (Aspirin), ไอบิวโพรเฟน (Ibuprofen) วิตามินอีและอาหารเสริมที่มีผลทำให้เลือดออกมากก่อนเข้ารับการผ่าตัด 2 สัปดาห์

3. บำรุงริมฝีปากให้ชุ่มชื้นด้วยลิปมันก่อนการผ่าตัด 2 สัปดาห์ เพื่อให้และหายเร็วขึ้นและมีสภาพดี

4. แจ้งโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ ฯลฯ และแจ้งประวัติการแพ้ยาหรืออาหารเสริมที่ใช้ในปัจจุบันให้แพทย์ทราบก่อนเข้ารับการผ่าตัด

5. แปรงฟันทำความสะอาดช่องปากก่อนเข้ารับการผ่าตัด

6. ทานอาหารให้อิ่มก่อนผ่าตัด

วิธีผ่าตัด

มี 2 วิธี ได้แก่

1.ใช้มีดผ่าตัด

2. ใช้เลเซอร์ผ่าตัด มีข้อดีตรงที่ขณะผ่าตัดจะไม่มีเลือดไหล แผลแห้งเร็วและเรียบเนียนกว่าการใช้มีดผ่าตัด

ขั้นตอนการผ่าตัด

ปากกระจับ

แพทย์จะฉีดยานอนหลับเพื่อคลายความกังวลพร้อมกับฉีดยาชาร่วมด้วย แล้ววาดรูปปากตามที่ตกลงกับคนไข้ไว้ จากนั้นตัดผิวบริเวณริมฝีปากบนและกล้ามเนื้อส่วนเกินออก สุดท้าย เย็บแผลจากด้านในริมฝีปากให้เป็นหยักตรงกลาง

ปากบาง

แพทย์จะฉีดยานอนหลับเพื่อคลายความกังวลพร้อมกับฉีดยาชาร่วมด้วย แล้ววาดรูปปากตามที่ตกลงกับคนไข้ไว้ จากนั้นค่อยๆ ตัดริมฝีปากด้านในและเยื่อบุช่องปากที่อยู่บริเวณเดียวกันออก แล้วเย็บรั้งเข้าหากันด้วยไหมละลาย จะทำให้ความสูงของริมฝีปากลดลงและริมฝีปากบางลง

ดูแลตัวเองหลังผ่าตัด

หลังผ่าตัดคนไข้อาจมีอาการปิดปากไม่สนิทเพราะยังไม่คุ้นเคยกับขนาดปากใหม่ แต่เมื่อแผลหายก็สามารถปิดปากได้สนิทเหมือนเดิม ริมฝีปากจะบวมมากที่สุดใน 5 วันแรก แล้วจะค่อยๆ ยุบลงและเริ่มเข้าที่ภายใน 2 อาทิตย์ และหายเป็นปกติภายใน 1-3 เดือน ซึ่งตลอดระยะเวลาพักฟื้นหลังผ่าตัด จะต้องปฏิบัติตัวดังนี้

1.นอนยกหัวให้สูงและประคบเย็นเพื่อลดอาการบวม

2. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาหารรสจัดและบุหรี่ในช่วง 2 อาทิตย์แรก

3. ห้ามแปรงฟันในช่วง 1 อาทิตย์แรกหลังผ่าตัด ให้บ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากโดยเฉพาะ (Isodine) ทุกครั้งหลังกินอาหารเพื่อป้องกันแผลติดเชื้อ

4. ทาขี้ผึ้งชนิดฆ่าเชื้อเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นของริมฝีปาก

5. ดื่มน้ำสะอาดโดยการใช้หลอดดูด

6. ระวังในการขยับปาก เพราะแผลจะกระทบกระเทือนได้

7. ทานยาและปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

ผู้ที่ไม่ควรศัลยกรรมปาก

1.ปากบางมากอยู่แล้ว เพราะไม่สามารถตัดเนื้อออกได้อีก

2. คนไข้ที่มีปัญหายิ้มแล้วเห็นเหงือกหรือหุบปากไม่สนิท

3. ปากไม่เท่ากัน เช่น มุมข้างขวาตกกว่ามุมข้างซ้าย เป็นต้น

4. ปากคว่ำ เมื่อทำแล้วจะได้แค่ทรงกระจับแต่ปากจะยังตกอยู่ ทำออกมาแล้วไม่สวย

5. อายุเกิน 45 ปี เพราะเมื่ออายุมากขึ้นปากจะตกลงตามธรรมชาติ ต่อให้ทำศัลยกรรมก็จะไม่ได้ผลลัพธ์ที่ดี เป็นการเจ็บตัวเปล่าๆ

ศัลยกรรมปากกับเลอลักษณ์

1.แพทย์ทุกท่านของโรงพยาบาลเป็นศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง และเป็นสมาชิกสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งเสริมสวยแห่งประเทศไทย (ThSAPS) แพทย์เฉพาะทางจะต้องเรียนหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต 6 ปี ต่อด้วยศัลยศาสตร์ทั่วไป 3 ปี และศัลยศาสตร์ตกแต่งอีก 3 ปี รวมเป็น 12 ปี และยังมีประสบการณ์การผ่าตัดศัลยกรรม 10 ปีขึ้นไปทุกท่าน ดังนั้นจึงสามารถมั่นใจได้ว่า แพทย์ของเรามีความเชี่ยวชาญและน่าเชื่อถือแน่นอน

2. โรงพยาบาลได้มาตรฐาน เครื่องมือแพทย์ครบครัน ห้องผ่าตัดปลอดเชื้อด้วยระบบกรองอากาศ HEPA Filter (High Efficiency Particulate Air Filter) เพื่อควบคุมปริมาณฝุ่นละอองที่มีอนุภาคขนาดเล็กและเชื้อโรคต่างๆ และระบบ Oxygen Pipeline หรือออกซิเจนช่วยชีวิตสำหรับผู้ป่วยในกรณีฉุกเฉิน รวมถึงมีทีมแพทย์และพยาบาลคอยดูแลอย่างใกล้ชิด

3. เทคนิค Beauty Dream เอกสิทธิ์จากโรงพยาบาลเลอลักษณ์ ที่ทำให้คุณไม่รู้สึกเจ็บขณะผ่าตัด

4. รับประกันงานศัลยกรรมภายใน 6 เดือนหลังจากทำ

เสริมคาง

เสริมคาง

เสริมคาง

เสริมคาง (Chin Augmentation) คือ กระบวนการศัลยกรรมที่มุ่งปรับรูปทรงหรือขนาดของคางให้ดูดีขึ้น อาจทำโดยการเสริมวัสดุหรือปรับรูปทรงของกระดูกบริเวณนั้นให้เข้าที่มากขึ้น

คางที่สวยได้รูปมีส่วนช่วยให้ใบหน้าดูสวยโดดเด่นได้อย่างไร มีความจำเป็นแค่ไหนที่ต้องทำคาง ทำไมสาวๆ ถึงนิยมทำกันนัก แล้วทำอย่างไรให้สวยและปลอดภัย เรามาดูข้อมูลกัน

ใบหน้าของเราแบ่งได้ 3 ส่วน คือ บน (หน้าผาก, คิ้ว) กลาง (ตา, จมูก, โหนกแก้ม) และล่าง (ปาก,คาง, กราม) โดยสัดส่วนของใบหน้าที่ดูสวยงามนั้น ให้มองด้านข้างของใบหน้า โดยลองวาดเส้นไล่จากหน้าผากลงมาตามแนวสันจมูก ริมฝีปากและลงมาที่คาง หากได้เส้นแบบที่ระดับปีกจมูกกับคางตรงกันก็ถือว่า มีสัดส่วนของคางที่สวยงามสมส่วน

จะเห็นได้ว่า คางเป็นอีกจุดสำคัญของใบหน้า คางที่เล็ก ใหญ่ หรือยื่น ล้วนทำให้เส้นโค้งไม่ได้รูป ดังนั้น การเสริมคางจึงเป็นการปรับเส้นโค้งให้เหมาะสมลงตัว เพื่อเพิ่มความสวยงามให้กับใบหน้า การเสริมคางมีจุดประสงค์เพื่อทำให้คางที่เล็กหรือถอยไปด้านหลังมากเกินไปยื่นออกมาด้านหน้ามากขึ้น หรือถ้ายื่นเกินไปก็ต้องทำให้กลับเข้ามาให้เข้ารูปมากที่สุด แต่ถ้าคิดจะเสริมคาง ต้องให้ศัลยแพทย์เฉพาะทางตรวจดูสภาพของกรามทั้งหมดก่อนว่า มีความผิดปกติที่ส่วนอื่นร่วมด้วยหรือไม่ จะได้แก้ไขปัญหาให้ถูกจุดหรือรักษาร่วมกันได้ ความผิดปกติที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้แก่

  1. การสบฟัน

คางที่เล็กนั้นบางครั้งมีสาเหตุมาจากกระดูกกรามที่เล็กและถอยร่นไปด้านหลังมากจนผิดปกติ การขบเคี้ยวจึงมีปัญหาไปด้วย ดังนั้น รักษาโดยการจัดฟันร่วมกับการผ่าตัดเลื่อนกราม อาจเป็นการรักษาที่ถูกต้องมากกว่าการเสริมคางอย่างเดียว

  1. กระดูกกรามและส่วนอื่นมีความผิดปกติด้วย

เช่น ขนาดของกระดูกกรามด้านหลัง มีความยื่นหรือยาวผิดปกติหรือไม่ บางครั้งคนไข้มีปัญหาเรื่องกรามเอียง ก็ควรทำการรักษาให้เรียบร้อยก่อนเสริมคาง ไม่อย่างนั้นอาจทำให้เห็นอาการกรามเอียงชัดเจนยิ่งขึ้น

  1. ขนาดของคาง

ต้องอยู่ในดุลยพินิจของแพทย์ ไม่ใช่ว่าจะเสริมขนาดเท่าไหร่ก็ได้ เพราะถ้าเสริมขนาดใหญ่เกินไปอาจมีปัญหาต่อผิวหนังและกระดูกคางในระยะยาวได้ ดังนั้นหากคางเดิมเล็กมาก การผ่าตัดแก้ไขโครงสร้างของกระดูกคางอาจจะเป็นคำตอบที่ดีกว่าการเสริมคาง

เสริมคางด้วยวิธีใดได้บ้าง

ฉีดสาร

โดยใช้ไขมันตัวเอง ด้วยการนำไขมันจุดด้อยมาเสริมให้เป็นจุดเด่น คุณหมอจะดูดไขมันจากต้นขา หน้าท้อง หรือสะโพก ซึ่งเป็นบริเวณที่ร่างกายมีไขมันมากและดีที่สุด นำมาปั่นเพื่อคัดแยกไขมันที่บริสุทธิ์ แล้วฉีดกลับเข้าไปบริเวณที่ต้องการ ต้องดูรูปหน้าโดยรวมด้วยว่า จะต้องฉีดเข้าไปมากน้อยแค่ไหน ซึ่งวิธีนี้มีความปลอดภัยสูงและไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ แต่ก็มีข้อเสียตรงที่ไขมันนี้สลายเร็ว ฉีดครั้งแรกจะอยู่ได้ประมาณ 2-3 เดือน จากนั้นต้องกลับมาฉีดซ้ำ ซึ่งครั้งที่ 2 จะอยู่ได้อีกประมาณ 2 ปี ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองด้วย

วิธีนี้เหมาะกับคนที่มีใบหน้าได้รูปพอสมควรอยู่แล้ว แค่อยากจะทำให้ดูหวานและมีมิติขึ้น แต่ไม่เหมาะกับคนคางน้อยหรือคางหุบเข้าไป

วิธีที่สองคือฉีดด้วยฟิลเลอร์ เป็นวิธีที่ช่วยปรับรูปหน้าให้ดูเป็นธรรมชาติ ซึ่งเป็นสารที่ไม่กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ไม่ก่อให้เกิดการแพ้ ไม่มีพิษ เข้าได้กับเนื้อเยื่อ อยู่ได้นาน เห็นผลทันใจ และง่ายสำหรับการฉีด ฟิลเลอร์ที่ฉีดจะอยู่ได้นานเท่าไรขึ้นอยู่กับชนิดของฟิลเลอร์ เทคนิคการฉีดของแพทย์และการดูแลตัวเองหลังฉีด แต่ยังไม่มีรายงานว่า การโดนความร้อน เช่น ซาวน่าหรืออาบน้ำอุ่นทำให้ฟิลเลอร์สลายเร็วขึ้น

คำเตือน! ไม่อยากหน้าพังอย่าคิดฉีดซิลิโคนเหลว

หลายคนคงเคยได้ยินข่าวดาราหรือพริตตี้ฉีดซิลิโคนแล้วไหล ย้อย เน่า ต้องไปให้หมอเอาออก ซึ่งวิธีการก็คือขูดซิลิโคนที่อยู่ติดกับคางเราให้เรียบ ซึ่งจะเจ็บปวดทรมานมาก ผลที่ตามมาคือ คางเหี่ยว ปากเบี้ยว เพราะฉะนั้นแนะนำให้ใช้วิธีเสริมซิลิโคนจะปลอดภัยที่สุด

เสริมซิลิโคน

เสริมคาง

การเสริมคางด้วยซิลิโคนแท่งถือเป็นวิธีที่ปลอดภัย ได้มาตรฐาน เป็นซิลิโคนชนิดเดียวกับที่ใช้ในการเสริมจมูก มีทั้งแบบที่ขึ้นรูปมาแล้วจากโรงงานแล้วนำมาตกแต่งนิดหน่อยก่อนเสริมเข้าไป และชนิดที่แพทย์ต้องเหลารูปขึ้นมาเองให้เหมาะสมกับคนไข้แต่ละคน ขึ้นอยู่กับความถนัดของแพทย์ว่าจะใช้แบบไหน

เปิดแผลด้านในปาก VS แผลด้านนอกปาก

การผ่าตัดเพื่อเปิดแผลมี 2 แบบ คือ แผลด้านในและนอกช่องปาก ซึ่งมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันดังนี้

เปิดแผลภายในช่องปาก

ผ่าตัดคาง

(ข้อดี)

  1. ไม่มีแผลเป็น เพราะมองไม่เห็นแผลจากภายนอก

(ข้อเสีย)

  1. แม้มองไม่เห็นแผลภายนอก แต่แผลในปากที่อยู่ติดกับร่องเหงือกจะไม่ค่อยสวยและเห็นชัด
  2. มีโอกาสติดเชื้อสูง เพราะในช่องปากมีน้ำลายตลอดเวลา และตอนทานอาหาร เศษอาหารอาจตกลงไปตามขอบแผลได้
  3. การวางซิลิโคนไว้ให้ติดกับกระดูกกรามล่างนั้น มีโอกาสเคลื่อนที่และไม่ตรงกับตำแหน่งที่ต้องการได้
  4. อาจเกิดปัญหากับกล้ามเนื้อคางและเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อได้ ส่งผลให้มีการหดตัวของกล้ามเนื้อคาง เมื่อมองจากภายนอก ผิวหนังอาจดูไม่เรียบเนียนได้
  5. มีพื้นที่ในการผ่าตัดค่อนข้างจำกัด ต้องกรีดเปิดแผลในปากค่อนข้างยาวเพื่อวางซิลิโคน ทำให้เนื้อเยื่อช้ำและมีเลือดออกมาก การเย็บปิดแผลก็ค่อนข้างยุ่งยาก
  6. เมื่อเกิดปัญหาซิลิโคนเบี้ยวหรือเอียงจะแก้ไขได้ยาก เพราะแผลเย็บในปากมีมากแล้ว การผ่าตัดซ้ำอีกก็จะยิ่งเป็นการเพิ่มแผลมากขึ้น

เปิดแผลภายนอกช่องปาก

(ข้อดี)

  1. มีโอกาสติดเชื้อน้อยกว่าการเปิดแผลในช่องปาก
  2. กล้ามเนื้อและเส้นประสาทได้รับการกระทบกระเทือนค่อนข้างน้อย เพราะแพทย์สามารถหลีกเลี่ยงกล้ามเนื้อและเส้นประสาทเพื่อเข้าสู่ขอบล่างของกระดูกกรามได้โดยตรง
  3. เมื่อเกิดปัญหาซิลิโคนเบี้ยวหรือเอียงจะแก้ไขได้ง่ายกว่า เพราะสามารถผ่าตัดซ้ำที่แผลภายนอกได้เลย
  4. สามารถวางตำแหน่งซิลิโคนได้ง่าย

(ข้อเสีย)

  1. มีแผลเป็นเล็กน้อย ยาวประมาณ 2-3 เซนติเมตร
  2. การเปิดแผลภายนอกไม่เหมาะกับผู้ที่เป็นแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ (Keloid)

ขั้นตอนการผ่าตัด

  1. ฉีดยานอนหลับที่แขน 1 เข็ม แล้วค่อยตามด้วยยาชา คนไข้จะได้ไม่เจ็บ
  2. กรณีแผลภายนอก แพทย์จะเปิดแผลบริเวณใต้คาง แล้วใส่ซิลิโคนเข้าไปตามตำแหน่งที่ต้องการ กรณีแผลภายในปาก จะเปิดแผลบริเวณซอกเหงือกกับริมฝีปากล่าง จากนั้นแยกเยื่อหุ้มกระดูกคางตรงขอบล่างขึ้นมา แล้ววางแท่งซิลิโคนเข้าไปให้พอดีกับตำแหน่งที่ต้องการ
  3. เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เสร็จแล้วสามารถกลับบ้านได้เลย

วิธีดูแลตัวเองหลังผ่าตัด

  1. ประคบเย็นบริเวณคางจนกว่าจะยุบบวม
  2. นอนยกศีรษะสูงใน 2 วันแรก
  3. อย่ายิ้มกว้างมากในช่วงแรก
  4. งดอาหารที่มีลักษณะแข็งมากและรสเผ็ดจัด
  5. ดื่มน้ำโดยใช้หลอด
  6. หลีกเลี่ยงของหมักดอง ปลาดิบ หรืออาหารที่มีโอกาสปนเปื้อนเชื้อโรคได้ง่าย
  7. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ใน 2 สัปดาห์แรกหลังการผ่าตัด
  8. บ้วนปากบ่อยๆ ด้วยน้ำเกลือหรือน้ำยาบ้วนปาก
  9. งดออกกำลังกายหนัก 10 วัน
  10. สามารถแกะพลาสเตอร์ปิดแผลออกได้ภายใน 3-5 วัน
  11. แพทย์จะนัดดูอาการหลังผ่าตัด 1 สัปดาห์

เสริมคางกับเลอลักษณ์

  1. แพทย์ทุกท่านของโรงพยาบาลเป็นศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง และเป็นสมาชิกสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งเสริมสวยแห่งประเทศไทย (ThSAPS) แพทย์เฉพาะทางจะต้องเรียนหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต 6 ปี ต่อด้วยศัลยศาสตร์ทั่วไป 3 ปี และศัลยศาสตร์ตกแต่งอีก 3 ปี รวมเป็น 12 ปี และยังมีประสบการณ์การผ่าตัดศัลยกรรม 10 ปีขึ้นไปทุกท่าน ดังนั้นจึงสามารถมั่นใจได้ว่า แพทย์ของเรามีความเชี่ยวชาญและน่าเชื่อถือแน่นอน
  2. โรงพยาบาลได้มาตรฐาน เครื่องมือแพทย์ครบครัน ห้องผ่าตัดปลอดเชื้อด้วยระบบกรองอากาศ HEPA Filter (High Efficiency Particulate Air Filter) เพื่อควบคุมปริมาณฝุ่นละอองที่มีอนุภาคขนาดเล็กและเชื้อโรคต่างๆ ได้ 99.99% และระบบ Oxygen Pipeline หรือออกซิเจนช่วยชีวิตสำหรับผู้ป่วยในกรณีฉุกเฉิน รวมถึงมีทีมแพทย์และพยาบาลคอยดูแลอย่างใกล้ชิด
  3. แพทย์มือเบามาก การอักเสบและบวมช้ำน้อย เพียง 3-4 วันอาการบวมก็จะทุเลาลง ทำให้ได้คางที่สวยได้รูป ไม่เป็นถ้วย หน้าดูสวยสมส่วนไปตลอดชีวิต
  4. รับประกันงานศัลยกรรมภายใน 6 เดือนหลังจากทำ

บริการพิเศษจากเลอลักษณ์ในการแก้ไขคางที่ฉีดมา

  1. การผ่าตัดจะไม่สามารถเอาออกได้หมด เนื่องจากสารพวกนี้ติดกับเนื้อไปแล้ว
  2. สามารถแก้ไขให้ดีขึ้นได้โดยการผ่าตัด ร่วมกับการฉีดยาลดการอักเสบและอาจต้องเสริมซิลิโคนเข้าไปแทน
  3. การรักษามักต้องผ่าตัดหลายครั้ง ระยะห่างแต่ละครั้งประมาณ 3 เดือน เพราะต้องเว้นระยะให้แผลยุบบวม
ทำลักยิ้ม

ทำลักยิ้ม

ลักยิ้ม

รอยยิ้มเป็นเสน่ห์ดึงดูดอย่างหนึ่งที่ทำให้คนอื่นอยากเข้ามาทำความรู้จักหรือพูดคุยกับเรา เป็นเหมือนประตูสู่การสร้างมิตรภาพที่ดี ดังนั้น ถ้าเรามีรอยยิ้มที่จริงใจ สดใส บวกกับลักยิ้มบุ๋มๆ ตรงแก้มเข้าไปด้วยแล้ว คงน่าหลงใหลชวนมองมากขึ้นไปอีก

ลักยิ้มเป็นความงามพิเศษที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน เป็นลักษณะการแยกตัวของกล้ามเนื้อใบหน้าที่ใช้ในการยกมุมปาก ถ่ายทอดทางพันธุกรรมแบบยีนเด่น ลักษณะของลักยิ้มตามธรรมชาติในแต่ละคนอาจมีความยาว ความลึกและตำแหน่งที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับรูปแบบการแยกตัวของกล้ามเนื้อใบหน้า การผ่าตัดสร้างลักยิ้มจึงเป็นการสร้างรอยบุ๋มเลียนแบบธรรมชาติอย่างหนึ่ง สามารถทำให้เกิดรอยติดต่อขึ้นที่กล้ามเนื้อกับผิวหนังบนแก้มได้ ซึ่งเมื่อได้ผลดีและหายสนิทแล้ว ก็จะมีลักยิ้มอยู่บนใบหน้าตลอดไป

การผ่าตัดทำลักยิ้มมี 2 แบบคือ

  1. แบบจุด จะเป็นรอยบุ๋มเล็กๆลงไปซึ่งค่อนข้างเป็นที่นิยม
  2. แบบขีด จะเป็นแนวยาวประมาณครึ่งเซนติเมตร โดยทั่วไปแพทย์จะลากแนวสมมุติสองแนวให้ตัดกันเป็นจุด จุดตัดที่เกิดขึ้นจะเป็นตำแหน่งที่จะสร้างลักยิ้ม

ขั้นตอนการผ่าตัดทําลักยิ้ม

  1. ก่อนผ่าตัดต้องปรึกษากับแพทย์ เพื่อตกลงเรื่องรูปแบบของลักยิ้มที่ต้องการและเหมาะสมกับใบหน้า จากนั้นแพทย์จะวาดตำแหน่งและขนาดลักยิ้มที่จะทำ
  2. ทำการฉีดยาชาตรงจุดที่จะสร้างลักยิ้ม โดยไม่ต้องใช้ยานอนหลับ เนื่องจากคนไข้ต้องอ้าปากให้แพทย์เย็บแผลที่กระพุ้งแก้มด้านในตามตำแหน่งที่ต้องการ
  3. แพทย์จะตัดกล้ามเนื้อบางส่วนจากภายในกระพุ้งแก้ม แล้วเย็บกล้ามเนื้อส่วนที่เหลือเข้ากับผิวหนังของแก้มให้ติดกันระหว่างกล้ามเนื้อและผิวหนัง จะได้เป็นรอยบุ๋มตามตำแหน่งที่ต้องการ
  4. เย็บปิดแผลภายในกระพุ้งแก้มด้วยไหมละลาย

ทำลักยิ้ม

หลังการผ่าตัดในช่วงแรกๆ จะทำให้เกิดลักยิ้มบุ๋มแม้จะไม่ยิ้มก็ตาม แต่เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 1 – 3 เดือน พังผืดจะมีการคลายตัวและจะเกิดรอยบุ๋มขึ้นเวลาแสดงอาการยิ้มเท่านั้น ดังนั้นคนไข้ต้องทำความเข้าใจตรงจุดนี้ด้วย จะได้ไม่ต้องกังวลใจ

ดูแลตัวเองอย่างไร

  1. หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด บุหรี่และแอลกอฮอล์
  2. งดการนวดหน้า ยิ้ม หรือขยับแก้ม อย่าให้แผลกระทบกระเทือน เพราะจะทำให้เกิดการอักเสบหรือแผลแยกได้
  3. ทาขี้ผึ้งตรงรอยบุ๋มตามที่แพทย์จัดไว้ให้ หากต้องการปิดบังรอยบุ๋มที่จะต้องเห็นตลอดเวลาในช่วงแรก ให้ใช้พลาสเตอร์สีเนื้อปิดไว้ชั่วคราวได้
  4. หมั่นทำความสะอาดแผลหรือบ้วนปากด้วยน้ำยาที่จัดไว้ให้

การผ่าตัดสร้างลักยิ้มมักจะไม่มีผลข้างเคียงร้ายแรง เพราะเป็นการผ่าตัดเล็ก แต่ก็อาจจะมีผลข้างเคียงบ้างเล็กน้อย เช่น แผลอักเสบ แผลแยก ซึ่งแก้ไขได้โดยการทานยาแก้อักเสบ หากแผลแยกก่อนเวลาก็สามารถเย็บแผลใหม่ได้

สร้างลักยิ้มกับเลอลักษณ์

  1. แพทย์ทุกท่านของโรงพยาบาลเป็นศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง และเป็นสมาชิกสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งเสริมสวยแห่งประเทศไทย (ThSAPS) แพทย์เฉพาะทางจะต้องเรียนหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต 6 ปี ต่อด้วยศัลยศาสตร์ทั่วไป 3 ปี และศัลยศาสตร์ตกแต่งอีก 3 ปี รวมเป็น 12 ปี และยังมีประสบการณ์การผ่าตัดศัลยกรรม 10 ปีขึ้นไปทุกท่าน ดังนั้นจึงสามารถมั่นใจได้ว่า แพทย์ของเรามีความเชี่ยวชาญและน่าเชื่อถือแน่นอน
  2. โรงพยาบาลได้มาตรฐาน เครื่องมือแพทย์ครบครัน ห้องผ่าตัดปลอดเชื้อด้วยระบบกรองอากาศ HEPA Filter (High Efficiency Particulate Air Filter) เพื่อควบคุมปริมาณฝุ่นละอองที่มีอนุภาคขนาดเล็กและเชื้อโรคต่างๆ ได้ 99.99% และระบบ Oxygen Pipeline หรือออกซิเจนช่วยชีวิตสำหรับผู้ป่วยในกรณีฉุกเฉิน รวมถึงมีทีมแพทย์และพยาบาลคอยดูแลอย่างใกล้ชิด
  3. รับประกันงานศัลยกรรมภายใน 6 เดือนหลังจากทำ

 

**ทำลักยิ้มราคาเริ่มต้นข้างละ 7,900 บาท

east-clinic-v-shape-001

ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

ใบหน้าเรียวเล็กเป็นค่านิยมความงามของผู้หญิงยุคนี้ ดังนั้นผู้หญิงแก้มป่องหลายๆ คนจึงขาดความมั่นใจและพยายามหาวิธีทำให้หน้าของตัวเองดูเล็กลง ปัญหานี้มีสาเหตุมาจากไขมันสะสมบริเวณแก้มมากเกินไป ส่งผลให้หน้าดูกลม สามารถแก้ไขได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการฉีดสารเพื่อสลายไขมัน ฉีดโบ ทำเลเซอร์ แต่การรักษาที่เห็นผลที่สุดคือ การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม เพราะทำให้หน้าตอบ ไขมันที่ผ่าตัดออกไปจะไม่ส่งผลต่อการอ้วนขึ้นหรือผอมลงด้วย

ขั้นตอนการผ่าตัด

  1. ทำความสะอาดทั่วใบหน้าด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ
  2. บ้วนปากด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ
  3. ตรวจชีพจรและวัดความดันโลหิต
  4. ฉีดยาชาบริเวณกระพุ้งแก้มทั้งสองข้าง
  5. ผ่าตัดนำไขมันบริเวณกระพุ้งแก้มออก เสร็จแล้วเย็บแผลด้วยไหมละลาย ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 40 นาที
  6. นอนพักที่ห้องพักฟื้นและประคบเย็นบริเวณที่ผ่าตัด นอนสังเกตอาการประมาณ 30 นาทีเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีภาวะแทรกซ้อนใดๆ หลังการผ่าตัด

ตัดไขมันกระพุ้งเเก้ม

หลังผ่าตัด 1-2 สัปดาห์อาจมีอาการบวม แต่คนไข้สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ หลังจากนั้นแก้มจะค่อยๆ เข้าที่และเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงภายใน 1 เดือนและเห็นผลชัดเจนในช่วง 2-4 เดือน

ดูแลตัวเองอย่างไร

  1. ประคบเย็นบริเวณกระพุ้งแก้มทั้งสองข้างและอมน้ำแข็งในช่วง 2 วันแรกหลังผ่าตัด
  2. ทานอาหารได้ตามปกติแต่ควรเป็นอาหารอ่อนๆ เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม และควรหลีกเลี่ยงอาหารรสจัดและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงสัปดาห์แรกหลังการผ่าตัด
  3. บ้วนปากด้วยน้ำสะอาดทุกครั้งหลังทานอาหาร เพื่อป้องกันเศษอาหารติดบริเวณไหมที่เย็บปิดปากแผล
  4. ทานยาและปฏิบัติตัวตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด

ตัดไขมันกระพุ้งแก้มกับเลอลักษณ์

  1. ให้ผลลัพธ์ที่ดี
  2. ค่าใช้จ่ายต่ำกว่าการดูดไขมันลดแก้ม
  3. เป็นทางออกสำหรับคนที่มีปัญหาแก้มป่องจากพันธุกรรม
  4. เป็นการผ่าตัดเล็ก ร่างกายฟื้นตัวเร็ว ไม่มีแผลภายนอก
  5. แพทย์ทุกท่านของโรงพยาบาลเป็นศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง และเป็นสมาชิกสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งเสริมสวยแห่งประเทศไทย (ThSAPS) แพทย์เฉพาะทางจะต้องเรียนหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต 6 ปี ต่อด้วยศัลยศาสตร์ทั่วไป 3 ปี และศัลยศาสตร์ตกแต่งอีก 3 ปี รวมเป็น 12 ปี และยังมีประสบการณ์การผ่าตัดศัลยกรรม 10 ปีขึ้นไปทุกท่าน ดังนั้นจึงสามารถมั่นใจได้ว่า แพทย์ของเรามีความเชี่ยวชาญและน่าเชื่อถือแน่นอน
  6. โรงพยาบาลได้มาตรฐาน เครื่องมือแพทย์ครบครัน ห้องผ่าตัดปลอดเชื้อด้วยระบบกรองอากาศ HEPA Filter (High Efficiency Particulate Air Filter) เพื่อควบคุมปริมาณฝุ่นละอองที่มีอนุภาคขนาดเล็กและเชื้อโรคต่างๆ ได้ 99.99% และระบบ Oxygen Pipeline หรือออกซิเจนช่วยชีวิตสำหรับผู้ป่วยในกรณีฉุกเฉิน รวมถึงมีทีมแพทย์และพยาบาลคอยดูแลอย่างใกล้ชิด
  7. รับประกันงานศัลยกรรมภายใน 6 เดือนหลังจากทำ
1-13041Q20252535

ตกแต่งกระดูกใบหน้า

ตกแต่งกระดูกใบหน้า

โครงสร้างของใบหน้า เกิดจากส่วนประกอบของกระดูก กล้ามเนื้อ ไขมันและผิวหนัง การลดส่วนของใบหน้าที่มีขนาดใหญ่หรือสูงกว่าปกติจะช่วยให้รูปหน้าได้สัดส่วนมากขึ้น ปกติการตกแต่งรูปหน้าทำโดยการดูดไขมัน ฉีดไขมัน กรอกระดูกหรือเสริมกระดูก ขึ้นอยู่กับโครงสร้างหลักที่ต้องการลดหรือเพิ่ม

กระดูกใบหน้าที่ทำการตกแต่งได้

  • โหนกคิ้ว
  • โหนกแก้ม
  • กระดูกกราม

การกรอกระดูกเพื่อลดความสูงของกระดูกใบหน้าจะสามารถลดความสูงของกระดูกได้บางส่วนเท่านั้นไม่ใช่การลดความสูงในปริมาณมากๆ ถ้าต้องการในปริมาณมาก อาจต้องใช้การตัดกระดูก

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด

  1. งดยาต้านการอักเสบ (NSAID) เช่น แอสไพริน รวมถึงอาหารเสริมบางตัวที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น น้ำมันปลา อย่างน้อย 2 อาทิตย์ก่อนการผ่าตัด
  2. งดสมุนไพรบางชนิดก่อนเข้ารับการผ่าตัดประมาณ 3 – 5 วัน เช่น Evening Primrose Oil, วิตามินอีปริมาณสูง, อาหารที่มีส่วนผสมของผงชูรส กระเทียม หัวหอม ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง เพราะอาจทำให้เลือดออกมากกว่าปกติระหว่างผ่าตัด
  3. สำหรับผู้ที่จะวางยาสลบต้องงดน้ำและอาหารก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 6 ชั่วโมง
  4. สระผมตอนเช้าก่อนผ่าตัดเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
  5. ผู้ที่มีความดันสูงต้องควบคุมให้ปกติก่อนผ่าตัด2 สัปดาห์
  6. งดสูบบุหรี่ก่อนผ่าตัด 1 – 2 สัปดาห์
  7. เตรียมตัวหยุดงานประมาณ 7 – 10 วัน สำหรับการดึงหน้าทั้งหมดและ 5 – 7 วัน สำหรับการดึงหน้าบางส่วน
  8. ถ้ามีโรคประจำตัวต้องแจ้งให้แพทย์ทราบล่วงหน้า
  9. ผู้ที่เป็นโรคหัวใจบางชนิดต้องการยาต้านเกล็ดเลือด เช่น แอสไพริน ควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวก่อนผ่าตัด
  10. ผู้ที่กินยา Cumadin เพื่อป้องกันภาวะการแข็งตัวของเส้นเลือดดำที่ขา หรือในผู้ที่เป็นโรคลิ้นหัวใจรั่ว ควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวและหยุดยาก่อนมารับการผ่าตัด
  11. ผู้ที่ใช้เครื่องกระตุ้นการทำงานของหัวใจ (Pacemaker) ไม่ควรทำการผ่าตัด

ขั้นตอนการผ่าตัด

โดยทั่วไปทำโดยการดมยาสลบ

-การกรอกระดูกโหนกคิ้ว ทำโดยกรอกระดูกผ่านแผลที่ลงไว้ที่หนังศรีษะ

กรอโหนกคิ้ว-การกรอกระดูกโหนกแก้ม ทำโดยกรอผ่านแผลใต้ตาหรือในปาก

กรอโหนกเเก้ม
-การกรอกระดูกกราม ทำโดยเปิดแผลในปาก

เหลากราม

การดูแลหลังการผ่าตัด

  1. โดยทั่วไปจะมีอาการบวม 7 – 14 วัน ควรประคบเย็นหลังผ่าตัด
  2. นอนหนุนหมอนสูงเพื่อลดอาการบวม
  3. ผ้าตาข่ายที่พันบริเวณใบหน้าจะปิดไว้เพียง 1คืน เช้าวันรุ่งขึ้นให้แกะออก จากนั้นสระผมได้แต่ต้องเกาอย่างเบามือเพื่อล้างคราบเลือดออก ซับแล้วเป่าผมให้แห้ง สามารถสระผมได้ทุกวันตามปกติ
  4. หนึ่งสัปดาห์หลังผ่าตัด ให้มาคลายไหมที่ศีรษะเพื่อลดอาการตึง ถ้าลงแผลใต้ตาจะตัดไหม 5 วัน หลังผ่าตัด
  5. หลังจากคลายไหมแล้ว ให้ใช้ครีมประเภทวิตามินอีทานวดที่แผลบริเวณกกหู หลังหูและท้ายทอย วันละ 2 ครั้งทุกวัน เพื่อป้องกันการเกิดแผลเป็นนูนแข็ง
  6. 10 วันหลังผ่าตัดให้มาตัดไหมทั้งหมดออก พร้อมพบแพทย์เพื่อตรวจแผล ถ้าแผลตึงมาก อาจตัดไหมวันที่ 14 หลังผ่าตัด
  7. ทานยาตามแพทย์สั่งจนหมด ถ้าเกิดอาการแพ้ยาเช่นมีผื่นแดง คัน คลื่นไส้ อาเจียนหรือแน่นหน้าอก ให้มาพบแพทย์ทันที
  8. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ 2 สัปดาห์หลังผ่าตัด
  9. ถ้ามีอาการเลือดออกหรือบวมมากผิดปกติ รีบติดต่อแพทย์ทันที

ตกแต่งกระดูกใบหน้ากับเลอลักษณ์

  1. แพทย์ทุกท่านของโรงพยาบาลเป็นศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง และเป็นสมาชิกสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งเสริมสวยแห่งประเทศไทย (ThSAPS) แพทย์เฉพาะทางจะต้องเรียนหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต 6 ปี ต่อด้วยศัลยศาสตร์ทั่วไป 3 ปี และศัลยศาสตร์ตกแต่งอีก 3 ปี รวมเป็น 12 ปี และยังมีประสบการณ์การผ่าตัดศัลยกรรม 10 ปีขึ้นไปทุกท่าน ดังนั้นจึงสามารถมั่นใจได้ว่า แพทย์ของเรามีความเชี่ยวชาญและน่าเชื่อถือแน่นอน
  2. โรงพยาบาลได้มาตรฐาน เครื่องมือแพทย์ครบครัน ห้องผ่าตัดปลอดเชื้อด้วยระบบกรองอากาศ HEPA Filter (High Efficiency Particulate Air Filter) เพื่อควบคุมปริมาณฝุ่นละอองที่มีอนุภาคขนาดเล็กและเชื้อโรคต่างๆ ได้ 99.99% และระบบ Oxygen Pipeline หรือออกซิเจนช่วยชีวิตสำหรับผู้ป่วยในกรณีฉุกเฉิน รวมถึงมีทีมแพทย์และพยาบาลคอยดูแลอย่างใกล้ชิด
  3. เทคนิค Beauty Dream เอกสิทธิ์จากโรงพยาบาลเลอลักษณ์ ที่ทำให้คุณไม่รู้สึกเจ็บขณะผ่าตัด
  4. รับประกันงานศัลยกรรมภายใน 6 เดือนหลังจากทำ