ขูดซิลิโคนเหลว

การขูดซิลิโคนเหลว
สาวๆ ที่คิดจะทำศัลยกรรมด้วยการฉีดสารใดๆ เข้าสู่ร่างกาย ต้องศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดที่สุด เพราะถ้าพลาดไปทำกับพวกหมอกระเป๋าหรือหมอเถื่อนทั้งหลาย อาจส่งผลกระทบต่อร่างกายของคุณไปตลอดชีวิต

สารแปลกปลอมที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ในการฉีดหรือไม่ได้ตรวจสอบสารดังกล่าวก่อนฉีด มักเป็นกลุ่มสารสงเคราะห์ไม่สลายตัว เช่น ซิลิโคนเหลว พาราฟิน น้ำมันมะกอก เป็นต้น เมื่อถูกฉีดเข้าไปใต้ผิวหนัง สารจะแทรกเข้าไปในเนื้อเยื่อ เมื่อเวลาผ่านไป ร่างกายมนุษย์ไม่มีเอนไซม์ที่จะย่อยทำลายสารแปลกปลอมดังกล่าวได้ ร่างกายจึงตอบสนองโดยการสร้างพังผืดขึ้นในบริเวณที่มีการฉีดสารแปลกปลอมเข้าไป จนกลายเป็นก้อนแข็ง มีอาการเจ็บ ปวด อักเสบเรื้อรัง ทำให้เกิดแผล สุดท้ายผิวหนังบริเวณนั้นจะตาย หรือติดเชื้อลุกลาม

เมื่อก่อน ซิลิโคนเหลว เคยได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากราคาไม่แพง ช่วงแรกที่ฉีดเข้าไปจะดูสวยงาม เป็นที่พอใจของผู้ที่ได้รับการฉีด แต่เมื่อเวลาผ่านไป 1 – 5 ปี ซิลิโคนเหลวจะค่อยๆ ไหลมากองรวมกัน เนื่องจากสารเหลวตัวนี้ไม่ชอบความร้อน คนที่ได้รับการฉีดซิลิโคนเหลวเมื่อโดนความร้อน เช่น ออกแดด อบซาวน่า ไดร์เป่าผม จะทำให้มีการห้อยย้อย แข็งตึง และมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของผิวหนังบริเวณที่ฉีด ถ้าฉีดที่จมูก หลังจากฉีดประมาณ 1 ปี ซิลิโคนเหลวจะไหลมารวมกันด้านข้างของจมูก ทำให้จมูกดูใหญ่และบวม

การรักษา
เเพทย์ทำได้เพียงผ่าตัดเลาะเนื้อเเละเเต่งรูปร่างให้ดีขึ้นเท่านั้น เพราะเมื่อซิลิโคนเหลวถูกฉีดเข้าสู่ร่างกาย จะถูกเม็ดเลือดขาวกัดกินและพาไปที่ต่อมน้ำเหลืองและอวัยวะต่างๆ ทำให้การการเลาะซิลิโคนเหลวเป็นไปได้ยากต่อการเอาออกให้หมด โดยเฉพาะบริเวณที่มีเนื้อน้อยหรือบางมาก

ตกแต่งปีกจมูก

ตกแต่งปีกจมูก

การตัดปีกจมูกเป็นการแก้ไขสำหรับคนที่มีปัญหาปีกจมูกใหญ่ หนา หรือบาน ซึ่งจะช่วยให้จมูกดูได้รูปและสมส่วนขึ้น ปีกจมูกเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้รูปจมูกดูได้สัดส่วนกับใบหน้า โดยปกติความกว้างของฐานปีกจมูกควรเป็น 1 ใน 5 ของความกว้างใบหน้า แต่คนไทยส่วนใหญ่มักมีฐานที่กว้างกว่าสัดส่วนดังกล่าว อีกทั้งความหนาของผิวหนังที่มากกว่า ทำให้บางคนถึงจะฐานไม่กว้างแต่กลับดูจมูกใหญ่

การผ่าตัดปีกจมูกมีหลายวิธี จะใช้วิธีไหนขึ้นอยู่กับปัญหาของคนไข้เป็นหลัก

1. การตัดปีกจมูกด้านใน
เป็นวิธีที่นิยมมากที่สุดเพราะแผลเป็นจะอยู่ด้านใน มองไม่เห็นจากภายนอก การผ่าตัดมักจะได้ผลดี

2. การตัดปีกจมูกด้านนอก
ใช้ได้กับจมูกบางรูปทรง จะมองเห็นแผลเป็นเล็กน้อยเพราะแผลอยู่ด้านนอก
3. การลดความกว้างของปีกจมูกโดยการเย็บ
วิธีนี้ใช้สำหรับลดความกว้างของปีกจมูก โดยไม่มีแผลเป็นด้านนอก แต่เมื่อเวลาผ่านไป ปีกจมูกอาจมีโอกาสกลับมากว้างใหม่ได้
คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่า การตัดปีกจมูกจะทำให้จมูกเรียวขึ้น ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด เนื่องจากการตัดปีกจมูกจะช่วยลดความกว้าง ความโค้ง และรูปทรงของรูจมูกเท่านั้น ไม่สามารถทำให้จมูกดูเรียวขึ้นได้ ความเรียวของจมูกต้องเริ่มตั้งแต่กระดูกส่วนบนลงไปจนถึงส่วนปลาย การตัดปีกจมูกออกบางส่วนจึงไม่มีผลใดๆ ต่อกรณีนี้ ในทางตรงกันข้าม การตัดปีกจมูกในรายที่จมูกใหญ่อยู่แล้ว จะยิ่งทำให้ปลายจมูกดูโตมากขึ้นอีก ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นทางออกดีที่ดีสุด

ลดขนาดหน้าอก

ผู้หญิงทุกคนก็อยากมีรูปร่างที่สมส่วน ไม่มีอะไรมากหรือน้อยเกินไป แต่ในชีวิตจริงคงไม่มีอะไรง่ายและลงตัวขนาดนั้น บางคนเกิดมามีหน้าอกเล็ก แบน แฟบ แต่ผู้หญิงอีกหลายคนประสบปัญหาหน้าอกมีขนาดใหญ่เกินไป ใส่ชุดอะไรก็ไม่สวย กลายเป็นคนขาดความมั่นใจ

ซึ่งปัญหาดังกล่าวไม่ได้ส่งผลต่อสภาพจิตใจเท่านั้น ยังกระทบถึงสุขภาพด้วย เริ่มจากโครงสร้างของกระดูกสันหลังไล่จากคอลงมา การมีน้ำหนักถ่วงจากด้านหน้าทำให้ต้องพยายามเกร็งเพื่อทรงตัวให้ได้ตลอดเวลา กระดูกคอจะแอ่นมากกว่าปกติ กระดูกช่วงหลังจะโค้ง ส่งผลให้ปวดคอ ปวดหลัง เมื่อเป็นอย่างนี้ซ้ำๆ ทุกวัน อาจกลายเป็นโรคกระดูกสันหลังเสื่อมได้ นอกจากนั้นเต้านมที่ใหญ่ยังมีโอกาสเกิดการเสียดสีของเนื้อหน้าอกส่วนที่อยู่ใต้ราวนม เป็นเหตุให้เกิดอาการอับชื้นและมีแผลถลอกเกิดขึ้นได้

การลดขนาดของเต้านมหรือแก้ไขเต้านมที่หย่อนยานมีหลายวิธี ทั้งออกกำลังกาย ใช้เจลหรือครีมนวดสลายไขมันส่วนเกิน ลดปริมาณอาหาร ฯลฯ แต่ถ้าลองวิธีเหล่านี้แล้วยังไม่ได้ผล คงต้องใช้วิธีการผ่าตัดเพื่อลดขนาดลง ซึ่งมีหลายวิธี
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประสบการณ์และความชำนาญของแพทย์ รวมถึงขนาดเต้านมของคนไข้เป็นหลักในการเลือกวิธีการผ่าตัด แต่ส่วนใหญ่จะมีหลักการสำคัญคล้ายๆกัน คือ

-ต้องตัดเต้านมส่วนเกินออก

-ต้องเลื่อนระดับหัวนมขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม

-ต้องตัดแต่งผิวหนังและไขมันรอบเนื้อนมที่หย่อนยานออก เพื่อเย็บสร้างเต้านมให้มีรูปทรงและขนาดที่เหมาะสม รวมทั้งกระชับส่วนที่หย่อนยานด้วย

กระบวนการทั้งหมดจะมีแผลเย็บค่อนข้างมาก ในกรณีที่ลดขนาดไม่มาก แพทย์อาจผ่าตัดเข้าเฉพาะที่ปานนมอย่างเดียว จะทำให้มีแผลเย็บบริเวณรอบปานนมเท่านั้น แต่หากต้องลดขนาดมาก ก็จำเป็นต้องตัดเนื้อเต้านมออกไปมาก แผลเย็บจะค่อนข้างยาว เป็นรูปร่างคล้ายตัว T กลับหัวหรือสมอเรือ รูปทรงของเต้านมที่ได้อาจแตกต่างกันบ้างเล็กน้อย ดังนั้นก่อนผ่าตัด คนไข้ควรตกลงรายละเอียดเรื่องนี้กับแพทย์ให้ดี

เรื่องสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ ผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว ควรปรึกษาสามีก่อนทำการผ่าตัด เพราะเคยมีกรณีที่ภรรยาตัดสินใจผ่าตัดโดยไม่บอกก่อน สุดท้ายสามีรับไม่ได้กับรอยแผลเป็น ส่งผลให้ทะเลาะกัน กลายเป็นเรื่องใหญ่โตบานปลายเลยทีเดียว

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด

1. เตรียมตัวหยุดงานประมาณ 10 วัน

2. งดยากลุ่มต้านการอักเสบ (NSAID) เช่น แอสไพริน เป็นเวลา 10 วันก่อนการผ่าตัด

3. ตรวจเต้านมเพื่อหาความผิดปกติ โดยเฉพาะหากมีประวัติมะเร็งเต้านมในครอบครัว อย่าลืมบอกแพทย์ด้วยทุกครั้ง เพราะเต้านมที่โตมากอาจต้องทำการตรวจหาเนื้องอกโดยการทำแมมโมแกรม (Mammogram) ให้ละเอียดก่อนผ่าตัด

4. ตรวจเลือดเพื่อหาโรคที่เป็นอุปสรรคต่อการดมยาสลบ รวมทั้งตรวจเช็คหัวใจหรือปอด เมื่อไม่มีความผิดปกติก็สามารถรับการผ่าตัดได้

5. แพทย์จะทำการวัดและกำหนดจุดต่างๆ ที่สำคัญสำหรับการผ่าตัด เพื่อจะได้ทราบขนาดและตำแหน่งของหัวนมใหม่ จะได้ไม่มีปัญหาเรื่องตำแหน่งผิดพลาด ขนาดของเต้านมจะได้ใกล้เคียงกันมากที่สุด โดยเฉพาะในรายที่มีขนาดเต้านมไม่เท่ากัน การผ่าตัดจะยากขึ้นไปอีก

ขั้นตอนการผ่าตัด

1. วัดตำแหน่งของเต้านมในท่ายืน เพื่อกำหนดปริมาณเนื้อนมที่ต้องการ

2. แพทย์ให้คนไข้ดมยาสลบ

3. แพทย์ตัดผิวหนังและเนื้อบริเวณเต้านมออก จัดวางตำแหน่งของหัวนมใหม่และเย็บปิดแผล

4. ใส่สายยางระบายเลือดและนอนพักที่โรงพยาบาลอย่างน้อย 1 คืน

การดูแลหลังการผ่าตัด

การดูแลหลังผ่าตัดเป็นสิ่งสำคัญมาก ต้องนอนพักในโรงพยาบาลเพื่อสังเกตอาการต่างๆ เมื่อแผลเรียบร้อยดีแล้วก็สามารถกลับบ้านได้ ประมาณ 1 – 2 สัปดาห์แพทย์จะนัดมาตรวจเต้านมอีกครั้ง คุณอาจมีอาการปวดและฟกช้ำที่หน้าอกบ้าง แต่จะค่อยๆ หายไปเอง หากไม่มีอาการแทรกซ้อนอื่นๆ เต้านมใหม่จะเข้าที่และได้รูปทรงขึ้นภายใน 1 – 2 เดือน

เมื่อแผลเข้าที่ดีแล้ว ขนาดของหน้าอกจะไม่โตขึ้นกว่าเดิม แต่ปริมาณไขมันอาจเพิ่มขึ้นได้ตามน้ำหนักตัว และเมื่ออายุมากขึ้น ความหย่อนคล้อยก็สามารถกลับมาเยี่ยมเยียนได้อีกครั้งเช่นกัน จึงควรใส่ชุดชั้นในประคองเต้านมหลังการผ่าตัดตลอดเวลา ไม่ควรโนบราบ่อยเกินไป เพราะมีโอกาสที่เต้านมจะหย่อนได้แม้จะมีขนาดพอเหมาะแล้วก็ตาม

แก้ไขหัวนมบอด

หัวนมบอดเป็นปัญหาที่น่าหนักใจของผู้หญิง หลายคนกังวลว่า ถ้ามีลูกจะให้นมอย่างไรมันเกิดจากอะไรกันแน่

หัวนมบอดไม่ใช่โรค แต่เป็นความผิดปกติของลักษณะหัวนมที่ไม่โผล่ขึ้นมา โดยเกิดได้จากท่อนมสั้นหรือพังผืดรัด ซึ่งไม่มีอันตรายใดๆ เพราะสามารถเกิดขึ้นได้กับผู้หญิงหลายคน ส่วนใหญ่มักจะเป็นตั้งแต่แรกเกิดเลยก็ว่าได้

ลักษณะของหัวนมบอดแบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่

1. ขั้นแรก

เป็นหัวนมบอดแบบไม่ถาวร คือหัวนมที่บุ๋มลงมาแต่สามารถยื่นออกมาได้ในบางเวลา เช่น อากาศหนาวหรือมีความรู้สึกทางเพศ ซึ่งลักษณะหัวนมบอดแบบนี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการหมั่นดึงบ่อยๆ หรือใช้อุปกรณ์ช่วย โดยใส่ไว้ที่หัวนมใต้ชุดชั้นในทุกวัน วันละ 8 ชั่วโมงเป็นเวลา 3 เดือน อุปกรณ์นี้จะใช้ระบบสูญญากาศเป็นตัวช่วยดึงหัวนมขึ้นมา

2. ขั้นกลาง

หัวนมบุ๋มลงไปค่อนข้างลึก ดึงขึ้นมายาก อาจลองใช้อุปกรณ์ช่วยดึงหัวนมแต่จะเห็นผลช้ามาก

3. ขั้นรุนแรง

หัวนมบอดถาวร บุ๋มลงไปแบบเห็นชัดเจน ไม่สามารถดึงขึ้นมาและใช้อุปกรณ์ช่วยได้ ต้องแก้ไขด้วยการผ่าตัดอย่างเดียวเท่านั้น

ถ้าสำรวจตัวเองแล้วว่า ลักษณะหัวนมของคุณเป็นขั้นรุนแรงจริงๆ ก็ต้องใช้วิธีผ่าตัด ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด

1. งดกลุ่มยาต้านการอักเสบ (NSAID ) เช่น แอสไพริน 7-10 วันก่อนผ่าตัด

2. ถ้ามีโรคประจำตัวควรแจ้งให้แพทย์ทราบ

3. เตรียมชุดชั้นในที่หลวมกว่าปกติเพื่อใส่หลังการผ่าตัด

4. ไม่ต้องงดน้ำและอาหาร

5. ผู้ที่เป็นโรคหัวใจควรปรึกษาอายุรแพทย์ก่อนผ่าตัด

ขั้นตอนการผ่าตัด

1. เริ่มจากฉีดยานอนหลับเพื่อคลายความกังวล ต่อด้วยการฉีดยาชา (จะได้ไม่รู้สึกเจ็บ)

2. ทำการผ่าตัด ซึ่งนิยมทำ 2 วิธี คือ

วิธีที่ 1 ดึงหัวนมขึ้นแล้วทำการผ่าตัดลงไปบริเวณฐานของหัวนม จากนั้นเลาะพังผืดและท่อนม แล้วเย็บรวบที่ฐานของหัวนมให้เล็กลง ต่อจากนั้นทำการเย็บปิด

วิธีที่ 2 ผ่าตัดเข้ากลางหัวนม แล้วเข้าไปตัดพังผืดหรือท่อนมส่วนที่ดึงรั้งอยู่ออก จากนั้นทำการเย็บกลับคืน

3. หลังจากยกหัวนมขึ้นแล้ว จะใช้ไหมเย็บปิดแผลเพื่อป้องกันหัวนมหดเข้าไป

การดูแลหลังผ่าตัด

1. ห้ามแผลโดนน้ำใน 2-3 วันแรกหลังผ่าตัด

2. ประคบเย็น

3. ถ้ามีเลือดออกมากหลังผ่าตัดควรรีบติดต่อแพทย์ทันที

4. ใส่ชุดชั้นในหลวมๆ

5. ทานยาและปฏิบัติตัวตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด

6. แพทย์จะนัดตัดไหมภายใน 7 วัน

หัวนมบอดเป็นปัญหาที่ต้องรีบแก้ไข เพราะเป็นเรื่องของความมั่นใจ รวมถึงจะได้หมดความกังวลเรื่องการมีบุตรในอนาคตด้วย

ลดขนาดหัวนม

ลดขนาดหัวนม
การทำศัลยกรรมตกแต่งลดขนาดหัวนมจะทำในกรณีที่

1. ปานนมและหัวนมใหญ่เกินไป

หัวนมใหญ่มักเกิดร่วมกับปานนมใหญ่ ปัญหานี้จะเกิดหลังจากการตั้งครรภ์ สามารถทำให้ปานนมเล็กลงได้โดยวัดขนาดที่ต้องการแล้วตัดส่วนนั้นออก ควบคู่กับการลดขนาดหัวนม แล้วเย็บรวมกัน ในช่วงแรก บริเวณรอยเย็บจะมีลักษณะเป็นจีบๆ จากนั้นประมาณ 3 เดือน จีบที่เห็นจะค่อยๆ เลือนหายไปและจะกลับมาเรียบเหมือนเดิม การผ่าตัดนี้ควรทำเมื่อไม่ต้องการมีลูกแล้ว เพราะถ้าตั้งครรภ์อีกปานนมก็จะมีขนาดใหญ่ขึ้นอีก

วิธีผ่าตัด

แพทย์จะทำการตัดเนื้อหัวนมออก 1 ส่วนเล็กๆ แล้วเย็บเนื้อส่วนที่เหลือเข้าหากัน

หัวนมใหญ่

2. หัวนมยาวเกินไป (มักเกิดจากการให้นมบุตร)

วิธีผ่าตัด

ทำให้หัวนมเล็กและสั้นลงด้วยวิธีผ่าครึ่งหัวนมออกแล้วเย็บกลับคืน

หัวนมสูง

เรื่องที่ต้องคิดก่อนการผ่าตัด

1. ต้องการลดความกว้าง ความสูง หรือทั้งสองอย่าง

2. ในบางเทคนิคอาจทำให้เกิดอาการชาที่หัวนมและส่งผลให้ความรู้สึกลดลงได้ ถ้าส่วนนี้มีความสำคัญมาก อาจต้องเลือกเทคนิคที่มีอาการชาน้อยลง

3. ถ้ามีแผนจะตั้งครรภ์ในอนาคต ต้องปรึกษาแพทย์ให้ดี เพราะการผ่าตัดอาจส่งผลต่อการให้นมบุตรได้

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด

1. หยุดงาน 1 – 2 วัน

2. งดกลุ่มยาต้านการอักเสบ (NSAID ) เช่น แอสไพริน รวมทั้งอาหารบางตัวที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น กระเทียม น้ำมันปลา อย่างน้อย 2 อาทิตย์ก่อนการผ่าตัด

3. งดสูบบุหรี่ก่อนผ่าตัด 1 สัปดาห์

4. ไม่ต้องงดน้ำและอาหารก่อนผ่าตัด

5. ควรเตรียมชุดชั้นในหลวมๆ มาในวันผ่าตัด

6. ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อน

ขั้นตอนการผ่าตัด

แพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะที่เข้าไปบริเวณหัวนมและปานนมโดยตรง จากนั้นตัดปานนมส่วนที่เกินแล้วเย็บปิดเป็นลักษณะหูรูด ส่วนตรงหัวนมจะเลาะเนื้อหัวนมส่วนล่างออกแล้วเย็บลงมาติดกัน สุดท้ายเย็บปิดแผล การผ่าตัดจะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง หลังทำเสร็จคนไข้สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ปกติ

การดูแลหลังการผ่าตัด

1. ใช้ลำสีชุบน้ำเกลือเช็ดแผลเช้า – เย็น แล้วทายาฆ่าเชื้อ

2. นัดตัดไหมภายใน 5 หรือ 7 วัน

3. ถ้ามีอาการบวมหรือเลือดออกมากให้ปรึกษาแพทย์ทันที

4. ใส่ชุดชั้นในได้ทันทีหลังผ่าตัด

5. ทานยาตามที่แพทย์สั่งจนครบ

6. ประคบเย็น

7. ห้ามให้แผลโดนน้ำจนกว่าจะตัดไหม

การผ่าตัดตกแต่งหัวนมไม่ได้ยุ่งยากอย่างและน่ากลัว แถมยังใช้เวลาไม่นาน มีความปลอดภัย เพียงแค่ต้องคำนึงถึงผลข้างเคียงในรายที่ต้องการมีบุตรในอนาคตเท่านั้น

ลดขนาดปานนม

ปานนมขนาดใหญ่อาจเป็นตั้งแต่กำเนิดหรือหลังการตั้งครรภ์และให้นมบุตร แต่โดยทั่วไปการผ่าตัดลดขนาดปานนมจะไม่มีผลต่อการให้นมบุตร

ปานนม

ขั้นตอนการผ่าตัด

1. ฉีดยาชาเฉพาะที่รอบหัวนม

2. แพทย์จะตัดปานนมส่วนที่เกินออก

3. เย็บปิดแผลชั้นในและแผลชั้นนอกของบริเวณปานนม

การดูแลหลังผ่าตัด

1. ปกติแพทย์จะนัดมาตัดไหมเมื่อครบ 5 วันหลังผ่าตัด

2. ถ้ามีเลือดออกมากควรติดต่อแพทย์ในทันที

3. หลังผ่าตัดปานนมให้ใส่ชุดชั้นในหลวมๆ ประมาณ 2 อาทิตย์

4. หลังเปิดแผลในวันที่ 1 ใช้ครีมแก้อักเสบและทำความสะอาดแผลเช้า – เย็น

5. แผลเป็นที่รอบปานนมจะมีลักษณะเป็นจีบๆ ในช่วงแรก หลังจากนั้นจะค่อยๆ จางไป

6. ห้ามแผลโดนน้ำจนกว่าจะตัดไหม

7. หลังจากตัดไหม 1 สัปดาห์ ให้ทายาลบรอยแผลเป็นได้

เลเบีย

เลเบีย (Labioplasty)

เลเบียหรือแคมเล็ก คือ ขอบแคมที่อยู่ข้างๆ ปากช่องคลอด ผู้หญิงหลายคนเกิดมาพร้อมกับแคมเล็กที่มีขนาดไม่เท่ากัน หรือแคมเล็กมีขนาดใหญ่มากจนโผล่พ้นแคมใหญ่ออกมา ทำให้อวัยวะส่วนนี้มีลักษณะผิดปกติ เกิดการอักเสบได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่มีรอบเดือน เกิดความเจ็บปวดเมื่อต้องสวมกางเกงรัดรูป หรือมีความเจ็บปวดขณะมีเพศสัมพันธ์ การเปลี่ยนแปลงขนาดของแคมเล็กอาจเกิดจากฮอร์โมน บาดแผลจากอุบัติเหตุ กิจกรรมทางเพศ การคลอดบุตร หรืออายุที่เพิ่มขึ้น

ปัจจุบันมีการนำเลเซอร์มาใช้ในการผ่าตัดตกแต่งแคมเล็ก ซึ่งส่งผลให้การผ่าตัดมีความแม่นยำมากขึ้น เนื่องจากเลเซอร์สามารถควบคุมความความลึกของแผลผ่าตัดได้ ทําให้เสียเลือดน้อยลง รวมทั้งช่วยลดโอกาสในการทำลายเส้นเลือดที่มาเลี้ยงแผลและเนื้อเยื่อที่อยู่ใต้แผลผ่าตัด ทำให้แผลหายเร็ว การผ่าตัดด้วยเลเซอร์จึงได้ผลดีกว่าการใช้มีดผ่าตัด

การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัด

  1. หยุดงาน 1-2 วัน
  2. งดยาและอาหารที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน บุหรี่ กระเทียม น้ำมันปลา อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนการผ่าตัด
  3. ถ้ามีโรคประจำตัวและแพ้ยาต้องแจ้งให้แพทย์ทราบล่วงหน้า
  4. อาบน้ำชำระล้างร่ายกายให้สะอาดก่อนมาผ่าตัด
  5. เตรียมกางเกงชั้นในหลวมๆ สำหรับใส่หลังผ่าตัด
  6. เนื่องจากการผ่าตัดจะทำให้เสียเลือดบางส่วน ดังนั้นผู้ที่เป็นโรคหัวใจควรปรึกษาแพทย์ก่อนผ่าตัด

ขั้นตอนการผ่าตัด

  1. แพทย์ฉีดยานอนหลับเพื่อคลายความกังวล แล้วต่อด้วยชารอบบริเวณที่จะผ่าตัด
  2. ผ่าตัดเฉพาะส่วนของแคมเล็กที่ยื่นออกมาจนผิดปกติ แล้วตกแต่งให้มีรูปร่างใกล้เคียงกับขนาดปกติมากที่สุด
  3. ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 1 ชั่วโมง ไหมที่เย็บเป็นไหมละลาย ไม่ต้องกลับมาตัดไหมภายหลัง
  4. เมื่อผ่าตัดเสร็จแล้ว แพทย์จะให้คนไข้นอนพักเพื่อสังเกตอาการประมาณ 1 ชั่วโมง หากไม่มีอาการผิดปกติก็สามารถกลับบ้านได้
  5. ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก แผลจะมีอาการบวมเล็กน้อย หลังจากนั้นจะค่อยๆ ดีขึ้น

ตกเเต่งเลเบีย

การดูแลหลังผ่าตัด

  1. สามารถอาบน้ำได้ตามปกติ แต่ห้ามใช้น้ำยาทำความสะอาดภายในต่างๆ ให้ล้างด้วยน้ำสะอาดเป็นเวลา 1 เดือน
  2. งดอาหารแสลงพวกของหมักดอง อาหารทะเล เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และบุหรี่ประมาณ 1 เดือน
  3. งดมีเพศสัมพันธ์ 1-2 เดือนหลังผ่าตัด
  4. ทานยาและปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

ทำเลเบียกับโรงพยาบาลเลอลักษณ์

  1. ผ่าตัดโดยสูตินรีแพทย์เท่านั้น
  2. แพทย์ทุกท่านของโรงพยาบาลเป็นศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง และเป็นสมาชิกสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งเสริมสวยแห่งประเทศไทย (ThSAPS) แพทย์เฉพาะทางจะต้องเรียนหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต 6 ปี ต่อด้วยศัลยศาสตร์ทั่วไป 3 ปี และศัลยศาสตร์ตกแต่งอีก 3 ปี รวมเป็น 12 ปี และยังมีประสบการณ์การผ่าตัดศัลยกรรม 10 ปีขึ้นไปทุกท่าน ดังนั้นจึงสามารถมั่นใจได้ว่า แพทย์ของเรามีความเชี่ยวชาญและน่าเชื่อถือแน่นอน
  3. โรงพยาบาลได้มาตรฐาน เครื่องมือแพทย์ครบครัน ห้องผ่าตัดปลอดเชื้อด้วยระบบกรองอากาศ HEPA Filter (High Efficiency Particulate Air Filter) เพื่อควบคุมปริมาณฝุ่นละอองที่มีอนุภาคขนาดเล็กและเชื้อโรคต่างๆ ได้ 99.99% และระบบ Oxygen Pipeline หรือออกซิเจนช่วยชีวิตสำหรับผู้ป่วยในกรณีฉุกเฉิน รวมถึงมีทีมแพทย์และพยาบาลคอยดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง
  4. เทคนิค Beauty Dream เอกสิทธิ์จากโรงพยาบาลเลอลักษณ์ ที่ทำให้คุณไม่รู้สึกเจ็บขณะผ่าตัด
  5. รับประกันงานศัลยกรรมภายใน 6 เดือนหลังจากทำ

รีแพร์

รีแพร์ (Repair)

การมีเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องธรรมชาติและมีความสำคัญสำหรับการใช้ชีวิตคู่ ดังนั้น หากมีปัญหาแล้วไม่ได้รับการแก้ไข อาจทำให้เกิดความไม่เข้าใจกัน ยิ่งสะสมไว้นานวัน ปัญหาอาจบานปลายจนถึงขั้นหย่าร้างได้ ซึ่งปัญหาช่องคลอดหย่อนยาน กว้างผิดปกติ หรือไม่กระชับเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ผู้หญิงที่ผ่านการคลอดบุตรหลายๆ คนแล้วเกิดการฉีกขาด หรือช่องคลอดผ่านการใช้งานมาก ขณะมีเพศสัมพันธ์จึงเกิดความรู้สึกไม่กระชับ ส่งผลให้ไม่มีความสุข

การทำรีแพร์แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่

  1. ผ่าตัดทำสาวเพื่อกระชับรัก

เป็นการผ่าตัดกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อที่หย่อนยานในช่องคลอดออก ซึ่งจะทำตลอดความยาวทั้งหมดของช่องคลอด พร้อมทั้งตัดผิวหนังบริเวณปากช่องคลอดออกด้วย เพื่อให้ขนาดหรือเส้นผ่านศูนย์กลางของช่องคลอดเล็กลงและกระชับมากขึ้น ผลที่ได้คือการหดรัดและการควบคุมดีกว่าเดิม ทำให้มีความสุขในการมีเพศสัมพันธ์มากขึ้น

  1. แก้ปัญหาช่องคลอดหย่อนยานจากภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อน

การทำรีแพร์ไม่ได้ทำเพื่อเรื่องของการมีเพศสัมพันธ์เท่านั้น แต่ยังสามารถแก้ไขปัญหาช่องคลอดหย่อนยานจากภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อน ซึ่งเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น การคลอดบุตร, การยกของหนัก, ผู้ที่มีภาวะท้องผูกเรื้อรัง, ผู้ที่เป็นโรคปอดทำให้มีการไออยู่เป็นประจำ ฯลฯ ซึ่งมักส่งผลอื่นตามมา  ไม่ว่าจะเป็นการเจ็บปวดขณะมีเพศสัมพันธ์ มดลูกเคลื่อนย้อยลงมาในช่องคลอด ปัสสาวะเล็ดหรือกลั้นไม่อยู่ระหว่างการทำงาน ออกกำลังกายหรือแม้แต่ในยามไอหรือจาม

วิธีผ่าตัด มี 2 แบบ ดังนี้

  1. ใช้มีดผ่าตัด เป็นแบบทั่วไป มีการเย็บแผลตามปกติ
  2. ใช้เลเซอร์ ในการช่วยกรีดหรือตัดแทนมีด ส่งผลให้การผ่าตัดมีความแม่นยำขึ้นและเสียเลือดน้อยลง

การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัด

  1. งดน้ำและอาหารอย่างน้อย 6 ชั่วโมงก่อนผ่าตัด
  2. อาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดตามปกติ
  3. งดการใช้ยาบางชนิดที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน
  4. ถ้ามีโรคประจำตัวหรือแพ้ยาต้องแจ้งให้แพทย์ทราบล่วงหน้า
  5. ควรผ่าตัดช่วงหลังประจำเดือนหมดไม่นานนัก (ไม่เกิน 1 สัปดาห์) เพื่อป้องกันแผลอักเสบและการปนเปื้อนของเลือด

ขั้นตอนการผ่าตัด

การผ่าตัดเล็ก สำหรับคนไข้ที่ต้องการกระชับช่องคลอดเพียงอย่างเดียว เป็นการผ่าตัดเฉพาะด้านหลัง ใช้แค่ยาชา ไม่ต้องวางยาสลบ โดยมีขั้นตอนดังนี้

-แพทย์ฉีดยาชาบริเวณรอบๆ ช่องคลอดด้านนอก โดยไม่ต้องวางยาสลบ

-ทำการผ่าตัดตกแต่งผนังช่องคลอดด้านล่าง พร้อมทั้งตัดผนังส่วนเกินของช่องคลอดออก แล้วเย็บผนังเข้าหากัน ช่องคลอดจะกระชับขึ้น

-ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 1 ชั่วโมง หลังจากนั้นสามารถกลับบ้านได้

-หลังจากผ่าตัด 1 สัปดาห์ แพทย์จะนัดให้มาดูความเรียบร้อยของแผล

การผ่าตัดใหญ่ สำหรับแก้ไขช่องคลอดหย่อนยานจากภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อน เป็นการผ่าตัดทั้งด้านหน้าและด้านหลังของผนังช่องคลอดเพื่อรักษาอาการปัสสาวะเล็ด มดลูกหย่อนยาน ฯลฯ การผ่าตัดมีรายละเอียดมากกว่าการผ่าตัดเล็ก โดยมีขั้นตอนดังนี้

-เริ่มจากการให้ยานอนหลับทางหลอดเลือดดำ เมื่อคนไข้หลับแล้ว แพทย์จะฉีดยาชาบริเวณด้านหลังของผนังช่องคลอด

-กรีดแผลเปิดในแนวกึ่งกลางของผนังช่องคลอดด้านหลัง เริ่มจากปากช่องคลอดขึ้นไปจนเกือบถึงช่องคลอดส่วนยอด

-เลาะแยกผิวช่องคลอดออกจากชั้นเนื้อเยื่อ (พังผืด) ที่พยุงอยู่ด้านล่าง จากนั้นเย็บซ่อมชั้นเนื้อเยื่อส่วนที่มีปัญหาเข้าหากัน

-อาจซ่อมแซมฝีเย็บโดยการเย็บกล้ามเนื้อที่อยู่ใต้ฝีเย็บเข้าหากัน เพื่อสร้างบริเวณฝีเย็บขึ้นใหม่

-เย็บปิดผิวช่องคลอดด้วยไหมละลาย ซึ่งจะถูกดูดซึมไปภายใน 4-6 สัปดาห์ การผ่าตัดทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

-หลังผ่าตัดเสร็จ อาจมีการใส่ผ้ากอซในช่องคลอดเพื่อห้ามเลือดและลดรอยฟกช้ำหลังผ่าตัด ร่วมกับใส่สายสวนปัสสาวะ ซึ่งทั้งหมดจะถูกถอดออกภายใน 3-48 ชั่วโมงหลังผ่าตัด

การดูแลหลังการผ่าตัด

  1. ใน 3 วันแรกขยับตัวให้น้อยที่สุด นอนให้นิ่งที่สุด แผลจะได้หายเร็ว
  2. งดการยกของหนักประมาณ 2 สัปดาห์
  3. สามารถอาบน้ำได้ตามปกติ แต่ห้ามใช้น้ำยาทำความสะอาดภายในต่างๆ ให้ล้างด้วยน้ำสะอาดเป็นเวลา 1 เดือน
  4. ควรทานอาหารที่มีกากใยและดื่มน้ำมากๆ
  5. ไม่กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระ
  6. ถ้ามีอาการบวม เขียวช้ำ หรือปัสสาวะไม่ออกให้รีบปรึกษาแพทย์ทันที
  7. หากมีเลือดออกใน 2-3 วันแรก สามารถใส่ผ้าอนามัยเพื่อซับเลือดได้
  8. แผลจะหายภายใน 7 – 10 วัน โดยไหมจะละลายไปเอง ไม่ต้องตัดไหม
  9. ทานยาและปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์ และมาพบแพทย์หลังผ่าตัด 1 สัปดาห์
  10. งดมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 45 วันหลังผ่าตัด
  11. งดอาหารแสลงพวกของหมักดอง อาหารทะเล เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และบุหรี่ประมาณ 1 เดือน

ทำรีแพร์กับโรงพยาบาลเลอลักษณ์

  1. ผ่าตัดโดยสูตินรีแพทย์เท่านั้น
  2. แพทย์ทุกท่านของโรงพยาบาลเป็นศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง และเป็นสมาชิกสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งเสริมสวยแห่งประเทศไทย (ThSAPS) แพทย์เฉพาะทางจะต้องเรียนหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต 6 ปี ต่อด้วยศัลยศาสตร์ทั่วไป 3 ปี และศัลยศาสตร์ตกแต่งอีก 3 ปี รวมเป็น 12 ปี และยังมีประสบการณ์การผ่าตัดศัลยกรรม 10 ปีขึ้นไปทุกท่าน ดังนั้นจึงสามารถมั่นใจได้ว่า แพทย์ของเรามีความเชี่ยวชาญและน่าเชื่อถือแน่นอน
  3. โรงพยาบาลได้มาตรฐาน เครื่องมือแพทย์ครบครัน ห้องผ่าตัดปลอดเชื้อด้วยระบบกรองอากาศ HEPA Filter (High Efficiency Particulate Air Filter) เพื่อควบคุมปริมาณฝุ่นละอองที่มีอนุภาคขนาดเล็กและเชื้อโรคต่างๆ ได้ 99.99% และระบบ Oxygen Pipeline หรือออกซิเจนช่วยชีวิตสำหรับผู้ป่วยในกรณีฉุกเฉิน รวมถึงมีทีมแพทย์และพยาบาลคอยดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง
  4. เทคนิค Beauty Dream เอกสิทธิ์จากโรงพยาบาลเลอลักษณ์ ที่ทำให้คุณไม่รู้สึกเจ็บขณะผ่าตัด
  5. รับประกันงานศัลยกรรมภายใน 6 เดือนหลังจากทำ

 

**ราคาเริ่มต้นที่ 15,900 บาท

เพิ่มขนาดอวัยวะเพศหญิง ด้วยไขมันตัวเอง

การมีเซ็กส์ที่สุขสมล้วนเป็นสิ่งที่คู่รักต่างปรารถนา แม้บางคนจะบอกว่าเซ็กส์ไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด แต่เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่ามันคือส่วนเติมเต็ม ที่จะทำให้ชีวิตรักสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น …หลายคนคงได้ยินข่าวเกี่ยวกับเทรนด์ใหม่ของผู้หญิง ในการฉีดไขมันตัวเอง เพื่อทำให้บริเวณนั้นอวบอิ่ม..โหนกนูน 

 

“ปัญหาอวัยวะเพศภายนอกหย่อนยานมักเกิดจากหลาบปัจจัย เช่น สาวที่เคยอ้วนมาก่อน และผู้หญิงที่เคยคลอดลูกแล้วบางคนอาจมีปัญหาอวัยวะเพศภายนอกหย่อนยาน จนเสียความมั่นใจ และกลุ่มผู้ที่มีปัญหาไขมันบริเวณหัวหน่าวน้อยกว่าปกติ การเพิ่มไขมันตรงจุดที่มีปัญหาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกเพื่อช่วยเติมเต็มให้อวัยวะเพศให้อวบอิ่ม และเต่งตึงขึ้นได้

 

เสริมอึ๋ม “น้องสาว” ด้วยไขมันตัวเอง

คือการ ย้ายไขมันที่เป็น ส่วนเกิน ออกไปเพิ่มยังบริเวณหัวหน่าวโดยเริ่มจากการดูดไขมันออกและนำไปสกัดแยกเพื่อให้ได้สารสกัดไขมันธรรมชาติหลังจากนั้นถึงจะเข้าสู่กระบวนการของการฉีดไขมันเข้าสู่บริเวณหัวหน่าว

ซึ่งจะเห็นได้ว่า ไม่มีสารเคมีหรือวัตถุแปลกปลอมใดๆ อยู่ในกระบวนการเลยเพราะฉะนั้นจึงมั่นใจได้ว่าสามารถตัดปัญหาที่ร่างกายจะไม่ตอบสนองทิ้งไปได้เลยอีกทั้งยังถือว่าเป็นการนำไขมันที่เป็นส่วนเกินไม่ว่าจะเป็นไขมันหน้าท้องหรือไขมันต้นแขน ออกไปด้วยอีกทาง

ผลลัพธ์ที่ได้
บริเวณน้องสาวจะอวบอูม เต่งตึงขึ้น มีเสน่ห์ เพิ่มความมั่นใจ

 

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด

1.งดน้ำ งดอาหาร 6 ชม.ก่อนการผ่าตัด
2.ถ้ามีโรคประจำตัวหรือกินยาประจำ กรุณาแจ้งให้แพทย์ทราบ
3.งดยาการต้านอักเสบ (NSAID) เช่น แอสไพริน บุหรี่ อาหารเสริมบางตัวที่มีผลของการแข็งตัวของเลือด เช่น กระเทียม น้ำมันปลา
4.ปรึกษาแพทย์ถึงตำแหน่งที่ต้องการดูดไขมันและตำแหน่งที่จะฉีดไขมัน
5.ในช่วงมีประจำเดือนไม่ควรผ่าตัด

 

 

การดูแลหลังการผ่าตัด
1.ใช้เบตาดีนเช็ดทำความสะอาดบริเวณแผลที่ทำการดูดไขมัน (เช้า-เย็น)
2.วันที่ 2 หลังทำการรักษา คนไข้สามารถเปิดผ้าปิดแผลได้
3.ในช่วงแรกระวังอย่าให้แผลเปียกน้ำ
4.ภายใน 2 สัปดาห์ คนไข้อาจจะมีอาการเขียว ช้ำ ตรงบริเวณที่มีการดูดไขมัน หรือบริเวณที่ฉีดไขมัน หลังจากนั้นจะค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ