รวมทุกเรื่องควรรู้ ก่อนตัดสินใจทำจมูกครั้งใหม่

ต้องยอมรับว่าการเสริมจมูกเป็นการศัลยกรรมที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ เนื่องจากลักษณะใบหน้าของชาวเอเชียอย่างเราๆ ค่อนข้างแบน ไม่มีมิติ ทำให้สาวๆ หลายท่านประสบปัญหาสันจมูกแบน จมูกสั้น หรือปีกจมูกกว้าง การทำจมูกจึงเข้ามาเติมเต็มความมั่นใจให้กับสาวไทยหลายๆ คน ช่วยเปิดโอกาสด้านการงาน และเสริมโหงวเฮ้งให้ดียิ่งขึ้น จะเสริมจมูกที่ไหนดีไม่ใช่พิจารณาเพียงแค่มีแพคเกจเสริมจมูกในราคาที่เหมาะสมหรือไม่ แต่ต้องผ่านการวินิจฉัยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างพิถีพิถันเพื่อผลลัพธ์ที่ออกมาดีที่สุดและรับกับใบหน้าของคุณเอง

ทำรู้จักสัดส่วนทองคำ

การเสริมจมูกที่เหมาะสมและรับกับใบหน้าของผู้ต้องการทำจมูก ควรพิจารณาไปถึง “สัดส่วนทองคำ” ของใบหน้า โดยวัดจากไรผมถึงคิ้ว ต้องเท่ากันกับ ความยาวจากคิ้วถึงปลายจมูก และจากปลายจมูกถึงคาง หากได้สัดส่วนตามนี้ จะทำให้ใบหน้าโดยรวมของสาวๆ ดูได้รูปยิ่งขึ้น การเสริมจมูกจะสามารถเข้ามาช่วยในจุดนี้ได้อย่างดี นอกจากนี้การเสริมจมูกยังสามารถช่วยแก้ปัญหาจมูกเบี้ยว หรือผิดรูปจากการเกิดอุบัติเหตุรุนแรง หรือปัญหาด้านการหายใจได้อีกด้วย

รูปแบบการเสริมจมูก

1. การเสริมจมูกแบบเปิด (หรือที่เรียกว่าการเสริมจมูกแบบโอเพ่น)
การทำจมูกแบบนี้ศัลยแพทย์จะทำการเปิดผิวหนังแยกออกจากโครงสร้างจมูก ทำให้สามารถมองเห็นโครงสร้างจมูกได้อย่างชัดเจน ศัลยแพทย์สามารถแก้ไขปัญหาของโครงสร้างจมูกได้ก่อนทำการเสริมจมูก

วิธีนี้เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องการแก้ไขจมูก หรือมีปัญหาโครงสร้างจมูก มีความบิดเบี้ยวของแกนจมูก จมูกสั้นไม่ได้สัดส่วน โดยการเสริมจมูกด้วยวิธีนี้จะสามารถเสริมด้วยซิลิโคน แก้ไขปรับโครงสร้าง และรองปลายจมูกเพื่อป้องกันปลายจมูกทะลุหลังจากการเสริมจมูกได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ย่อมขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของศัลยแพทย์

ขั้นตอนการเสริมจมูกแบบเปิด
ผู้เข้ารับการทำจมูกจะต้องดมยาสลบ (โดยมีวิสัญญีแพทย์เป็นผู้คอยดูแล) จากนั้นศัลยแพทย์จะเปิดแผลช่วงใต้ฐานจมูก กรีดผ่าในแนวดิ่ง แล้วแยกผิวหนังออกจากโครงสร้างของจมูก เพื่อให้เห็นโครงสร้างได้อย่างชัดเจน จากนั้นทำการปรับแต่งโครงสร้างเดิมที่มีปัญหา ทำการเสริมจมูกด้วยซิลิโคนหรือกระดูกอ่อน ซึ่งการผ่าตัดเช่นนี้จะใช้เวลาอย่างน้อย 3 ชั่วโมง และต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาลเป็นเวลา 1 คืน

2. การเสริมจมูกแบบปิด
ศัลยแพทย์จะเปิดแปลบริเวณรอบรูจมูกเพื่อสร้างช่องว่างใต้เยื่อหุ้มกระดูกจมูก จากนั้นใส่ซิลิโคนเข้าไปตามรอยแผลผ่าตัด พร้อมตกแต่งโครงสร้างปลายจมูก แผลนี้อาจมีเพียงข้างเดียวหรือสองข้างเลยก็ได้

วิธีนี้เหมาะสำหรับ: ผู้ที่มีปัญหาโครงสร้างจมูกไม่มากนัก ต้องการเสริมจมูกเพียงอย่างเดียว

ขั้นตอนการเสริมจมูกแบบเปิด
การเสริมจมูกแบบปิดจะไม่ค่อยยุ่งยากซับซ้อนมากนัก โดยศัลยแพทย์จะให้ยานอนหลับเพื่อลดความกังวล และทำการฉีดยาชาโดยรอบจมูก และทำการเปิดแผลบริเวณรอบรูจมูกยาวประมาณ 1 ซม. เพื่อเปิดช่องว่างใต้เยื่อหุ้มกระดูกจมูกสำหรับการใส่แท่งซิลิโคนเข้าไป เมื่อจัดวางวัสดุเสริมจมูกเรียบร้อย ศัลยแพทย์จะทำการเย็บแผล ทำเฝือกจมูกเพื่อป้องกันจมูกเคลื่อนที่ และช่วยลดอาการบวม การผ่าตัดจะใช้เวลาราวๆ 1 ชั่วโมง ไม่จำเป็นที่จะต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาล เพียงนอนพักประมาณ 1 ชั่วโมง หลังจากยาสลบหมดฤทธิ์ก็สามารถกลับบ้านได้เลย

วัสดุที่ใช้ในการเสริมจมูก

ซิลิโคนซิลิโคนที่ใช้ในการเสริมจมูก จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภท

⦁ ซิลิโคนมาตรฐานธรรมดา จะมีลักษณะที่ค่อนข้างแข็ง และซิลิโคนมาตรฐานพิเศษ ที่จะมีความนิ่ม เนียน และยืดหยุ่นมากกว่า ทำให้สามารถบิดไปมาได้เหมือนจริง การจะเลือกเสริมด้วยซิลิโคนแบบไหนนั้นต้องพิจารณา และผ่านการปรึกษากับศัลยแพทย์เพื่อหาชนิดของซิลิโคนที่เหมาะสมกับโครงสร้างจมูก หากเป็นคนที่มีเนื้อจมูกหนา จะเหมาะกับซิลิโคนมาตรฐานธรรมดา หลังจากทำจมูกแล้วเนื้อจมูกรัดซิลิโคนจะไม่ทำให้เกิดการเบี้ยว หรือเอียงได้ ในทางกลับกันหากผู้เข้ารับการเสริมจมูกมีเนื้อจมูกน้อย จมูกบาง จะเหมาะกับซิลิโคนมาตรฐานพิเศษ ทำแล้วจะให้ลุคที่เป็นธรรมชาติ ไม่เห็นเป็นแท่งชัดเจน และยังช่วยลดการเห็นขอบสันของซิลิโคนได้อีกด้วย

⦁ กระดูกอ่อน เป็นการนำกระดูกอ่อนมาจากส่วนต่างๆ ของร่างกายคนไข้เอง สามารถป้องกันการทะลุในอย่างดี เช่น กระดูกอ่อนจากใบหู กระดูกอ่อนซี่โครง และกระดูกอ่อนจากผนังกั้นจมูก

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการเสริมจมูก
⦁ งดทานยากลุ่มแอสไพริน อาจส่งผลต่อการบวมช้ำหลังการผ่าตัด
⦁ งดอาหารเสริมต่างๆ
⦁ งดน้ำและอาหาร 6 ชั่วโมงก่อนเข้ารับการผ่าตัด

การดูแลตัวเองหลังจากเสริมจมูก
⦁ ช่วง 48 ชั่วโมงแรก ให้ประคบเย็น รวมทั้งนอนยกหัวสูงเพื่อลดบวม หลังจากนั้นประคบอุ่นแทน
⦁ ล้างหน้าอย่างเบามือ ใช้คอตต้อนบัดชุบน้ำสะอาดเช็ดโดยรอบ
⦁ ในกรณีที่เสริมด้วยกระดูกอ่อนซี่โครง ต้องพักอย่างน้อย 1 สัปดาห์ และเลี่ยงการยกของหนัก