ก่อนตัดสินใจเสริมจ-มูก ต้องมีกระบวนการศึกษาข้อมูลให้ละเอียด เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่เกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการ อันส่งผลให้ต้องเสียเงิน เสียเวลา และเจ็บตัวฟรี เนื่องด้วยผลลัพธ์ที่ออกมาไม่ตรงกับปัญหาอันพึงต้องแก้ไข วันนี้รอบรู้เรื่องศัลย์ได้นำ 15 ข้อควรรู้ก่อนเสริมจ-มูก มาฝากแฟนเพจของโรงพยาบาลเลอลักษณ์ มีอะไรบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ

1.ปัญหาจมูกของคุณคืออะไร?

สิ่งจำเป็นพื้นฐานอันดับแรกที่หลายคนมักมองข้าม ซึ่งหากทราบรายละเอียดปัญหาจมูกของตนเองมากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้สามารถเลือกเทคนิคได้ถูกต้อง รวมถึงผลลัพธ์ยิ่งตอบโจทย์มากเท่านั้น ดังนั้น “รู้ปัญหาพาคุณสวยแน่นอน”

2.เทคนิคที่เหมาะสมในการแก้ปัญหา

เมื่อลิสต์ปัญหามาครบแล้ว มาเลือกเทคนิคในการแก้ไขที่ถูกต้องกัน โรงพยาบาลเลอลักษณ์จะมีการเสริม 7 เทคนิค ซึ่งมากที่สุดในประเทศไทย ทำให้การแก้ปัญหาตอบโจทย์ครอบคลุมสาระพัดความต่าง เพื่อผลลัพธุ์ที่ตรงจุดสู่ภาพลักษณ์ภายนอกที่ดูดีนั่นเอง

3.เลือกแบบจมูกที่คุณอยากได้

ควรเลือกที่เข้ากับหน้า ทั้งนี้ คนเรามีรูปลักษณ์ภายนอกที่ต่างกัน เช่น หน้าสั้น หน้ายาว โหนกแก้มชัด คางสั้น หน้าผากกว้าง การเลือกทรงอาจดูรีวิวจากเคสที่มีพื้นฐานคล้ายกัน เพื่อให้การเสริมจ-มูกออกมาเหมาะสมกับสัดส่วนเฉพาะบุคคล เพราะจุดสวยแต่ละบุคคลต่างกัน ดังนั้น “จะเอาจุดสวยของคนอื่นมาไว้บนหน้าเรา ย่อมไม่สามารถสวยเฉกเช่นเดียวกันได้”

4.ศึกษาข้อมูลแพทย์

หรือสถานที่ที่สามารถใช้เทคนิคในการแก้ปัญหาของเราได้ ข้อนี้สำคัญมาก เนื่องจากส่งผลให้จ-มูกเราออกมาดูดีตอบโจทย์ และแก้ปัญหาได้ตรงจุด ควรเป็นแพทย์ที่เชี่ยวชาญในการทำเทคนิคนั้นๆ และมีผลงานให้ได้ชมมากพอสมควรที่จะทำให้เรามั่นใจและตัดสินใจเสริมได้

5.ศึกษาข้อมูล รีวิวแพทย์ที่เราสนใจ

โดยศึกษาผลงานแพทย์ที่มีปัญหาคล้ายกับตนเอง เพื่อดูแนวทางแก้ไข รวมถึงผลลัพธ์หลังผ่าตัดด้วย โดยอาจขอดูรีวิวแพทย์ท่านนั้น จากรูป วิดีโอ หรือไลฟสด เพื่อประกอบการตัดสินใจ

6.ปรึกษาแพทย์ที่คุณสนใจ

พร้อมนำแบบที่ต้องการไปด้วย เพื่อจะได้คุยรายละเอียดความเข้าใจว่าตรงกันหรือไม่? ข้อนี้มีความสำคัญในเรื่องความพึงพอใจ เพราะส่วนใหญ่หากเป็นการเสริมครั้งแรก มักให้แพทย์เป็นผู้ออกแบบทรง โดยทรงที่ออกมาอาจดูสวยในสายตาแพทย์หรือคนรอบข้าง แต่อาจไม่สวยในสายตาเรา และมักเป็นเหตุให้ต้องทำการแก้ไขซ้ำซ้อน ดังนั้น เพื่อความเข้าใจที่ตรงกันระหว่างคนไข้และแพทย์ที่ทำการผ่าตัด อาจนำแบบที่ชอบไปคุยกับคุณหมอ แล้วแจ้งความจำนงค์พร้อมรายละเอียดความเหมาะสมด้วยว่า เป็นไปได้หรือไม่ อย่างไร เพื่อตัดปัญหาเรื่อง #ทรงสวยแต่ไม่ชอบ

7.แจ้งโรคประจำตัวหรืออาการการแพ้ต่างๆให้แพทย์ได้ทราบ

ข้อนี้ถือว่ามีความสำคัญไม่แพ้ข้ออื่น เพราะอาจส่งผลต่อระบบร่างกายทั้งระหว่างผ่าตัด และหลังผ่าตัดด้วย เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคไต โรคHIV หรือ โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง ควรแจ้งศัลยแพทย์ให้ละเอียดว่าทานยาชนิดใด หรือแพ้ยาตัวไหนบ้าง เพื่อแพทย์จะได้วางแผนการรักษาและป้องกันความเสี่ยงในระหว่างการผ่าตัดรวมถึงหลังการผ่าตัดด้วย

8.หาข้อมูลหลังผ่าตัดอาการแทรกซ้อนหลังผ่าตัด

เช่น เวียนหัวคลื่นไส้อาเจียนหลังฟื้นตัวจากการดมยาสลบ ซึ่งทางโรงพยาบาลเลอลักษณ์จะให้คนไข้นอนพักค้างคืนเพื่อลดปัญหาอาการอันไม่พึงประสงค์ที่บ้านและเพื่อให้แพทย์ได้ทำการตรวจจ-มูกก่อนเดินทางกลับบ้านด้วย อาการเลือดไหลในจ-มูกในเคสที่ผ่าตัดแบบแก้ไขโครงสร้าง อาการบวมช้ำที่มากกว่าปกติในเคสที่มีการตอกฐาน เลาะสารเติมเต็ม หรือจ-มูกผิดรูปมากๆ

9.หาข้อมูลวิธีการเตรียมตัวก่อนผ่าตัด

เช่น การงดอาหารและน้ำ อย่างน้อย 8 ชั่วโมง หากต้องดมยาสลบงดวิตามินอาหารเสริม ยากลุ่มแอสไพริน ยาลดกล้ามเนื้ออักเสบ ล่วงหน้าประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด งดแต่งหน้า ทาปาก งดการใส่เครื่องประดับที่เป็นเหล็ก โลหะ งดทาเล็บ รักษาความสะอาดของใบหน้าอย่าให้สิวขึ้นที่จ-มูก เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อภาวะการติดเชื้อ

10.ศึกษาสถานที่ ที่พัก การเดินทาง

เพื่อจะได้ไม่เสียเวลาและคลายความกังวลเกี่ยวกับเวลาในการนัดหมาย หากเป็นไปได้อาจทำการสำรวจเส้นทางล่วงหน้า หรืออาจมีการนัดหมายไปปรึกษาแพทย์เพื่อจะได้ทราบเส้นทางคร่าวๆ ในวันผ่าตัดอาจไปก่อนเวลานัดประมาณ 30 นาที เพื่อลดความกังวลและให้ร่างกายมีความคุ้นชินกับสถานที่

11.เตรียมตัวให้พร้อมในวันผ่าตัด นอนหลับให้เพียงพอ

สระผมก่อนให้เรียบร้อย เพราะแผลห้ามโดนน้ำหลังการผ่าตัดในช่วงแรก ๆ รวมถึงงดแต่งหน้า เพื่อแพทย์จะได้เห็นรูปทรงจ-มูกได้อย่างชัดเจน

12.อุปกรณ์หลังผ่าตัด

ได้แก่ หมอนรองคอ เจลประคบเย็น ชุดทำความสะอาดแผล อันได้แก่ น้ำเกลือ ไม้พันสำลี เบตาดีน ยาทาแผลสด ยาทาแผลเป็น เป็นต้น

13.วิธีดูแลตัวเองหลังผ่าตัด

ห้ามจ-มูกโดนน้ำ อย่างน้อย 7-10 วัน งดการนอนตะแคงเพื่อป้องกันจ-มูกเบี้ยวเอียงในช่วง 2 สัปดาห์แรก งดแต่งหน้า งดสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่กระทบกระเทือนจ-มูก ประคบเย็นหลังผ่าตัดเพื่อลดความบวม ประคบอุ่นเพื่อลดรอยช้ำต่างๆ เป็นต้น

14.ศึกษาอาหารการกิน

รวมถึงอาหารที่ต้องหลีกเลี่ยง สามารถทานอาหารอ่อนๆ เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม อาหารที่เคี้ยวง่ายๆ อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง เช่น ของหมักดอง ปลาร้า ส้มตำ แอลกอฮอล์ อาหารรสเผ็ด

15.ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นหลังผ่าตัด

เช่น อาจมีเลือดไหลจากรูจ-มูกในช่วง3-4 วันแรก โดยเฉพาะเคสที่ทำการผ่าตัดแบบIIก้ไขโคsงสร้าง เป็นอาการปกติเพื่อการเดรนเลือด และของเสียจากภายใน,ปัญหาคราบเลือดเกาะกรังตามแผล หลายๆคนไม่กล้าเช็ดทำความสะอาดเพราะกลัวการสัมผัสแผลและกลัวเจ็บ ให้ใช้ไม้พันสำลีชุบน้ำเกลือชุ่มๆเช็ดที่สะเก็ดเลือดให้สะอาดที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ จากนั้นป้ายยาฆ่าเชื้อ เช่น เบตาดีน หรือขี้ผึ้ง เพื่อลดความตึงแผล หรือแผลปริได้

หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ต่อคุณผู้หญิง หรือคุณผู้ชายที่กำลังหาข้อมูลในการเสริมจ-มูกอยู่ไม่มากก็น้อย ได้รายละเอียดครบถ้วนแล้ว รีบไปดูรีวิวพร้อมโปSโมชั่นที่หน้าเพจโรงพยาบาลเลอลักษณ์กันนะค๊า