เสริมหน้าอก ทำนม สวยดูเป็นธรรมชาติและปลอดภัย

ปัจจุบันการผ่าตัดเสริมหน้าอกหรือการทำนมได้รับความนิยมกว่าสมัยก่อนมาก เนื่องจากเทคโนโลยีในการทำนม เสริมหน้าอกก้าวหน้าขึ้น เทคนิคและวิธีการผ่าตัดของแพทย์ก็พัฒนาตาม การเสริมหน้าอก ทำนมมีหลายทางเลือก แต่ถ้าจะให้ปลอดภัยควรเลือกผ่าตัดกับศัลยแพทย์เฉพาะทางที่มีความเชี่ยวชาญเท่านั้น ซึ่งการผ่าตัดเสริมหน้าอกด้วยถุงเต้านมเทียมหรือถุงซิลิโคนจะเป็นที่นิยมมากที่สุด เพราะเป็นวัสดุที่มีรูปร่างสวยงามและมีความแข็งแรง หากไม่มีภาวะแทรกซ้อนอะไรก็สามารถอยู่ในร่างกายได้ตลอด จึงถือว่าเป็นการเสริมหน้าอกที่ราคาและคุณภาพสมเหตุสมผลที่สุด

ทำไมต้องเสริมหน้าอกกับเลอลักษณ์

แพทย์ทุกท่านได้รับการรับรอง

ศัลยแพทย์ของทางโรงพยาบาลทุกท่านได้รับการรับรองจาก สมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย หลักสูตรวุฒิบัตร 6ปี และสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งความงามนานาชาติ

แพทย์มีประสบการร์กว่า 20ปี

นายแพทย์กิตติศักดฺิ์ วิชาชัย มีชื่อเสียงและประสบการณ์ในการทำหน้าอกมากกว่า20ปี เป็นที่พึงพอใจของคนไข้หลายๆคน เพราะมีเทคนิคเฉพาะตัวเรียกว่า Circular Drip

โรงพยาบาลได้มาตรฐาน

เครื่องมือแพทย์ครบ ห้องผ่าตัดปลอดเชื้อด้วยระบบกรองอากาศ HEPA Filter (High Ef ciency Particulate Air Filter) เพื่อคุมฝุ่นละออง รวมไปถึงมีพยาบาลดูแลใกล้ชิด

พักที่โรงพยาบาล 1คืน

เพื่อสอดสายยางระบายเลือดออก และนอนพักผ่อนให้เต็มที่ซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นมากต่อการพักฟื้นตัวของคนไข้

บริการนวดหน้าอก ด้วยเครื่องนวดไฟฟ้า

เมื่อแผลดีขึ้น โรงพยาบาลมีบริการนวดหน้าอกด้วยเครื่องนวดไฟฟ้าฟรี 1ครั้ง หน้าอกจะนิ่ม สวย เข้ารูป และไม่มีพังผืดเกาะ

รับประกันงานเสริมหน้าอก 1ปี

และรับรองซิลิโคนตลาดชีวิต (เงื่อนไขสอบถามจากเจ้าหน้าที่)

ซิลิโคนแต่ละยี่ห้อ เลือกซิลิโคนเสริมหน้าอกอย่างไร

ทำไมถึงต้องเลือก เสริมหน้าออก Motiva

1. เพราะการเสริมหน้าอก motiva มีความยืดหยุ่นสูงด้วยเทคโนโลยี ergonomic

2. ซิลิโคนหน้าอกเป็นผิวกึ่งเรียบกึ่งทราย ความรู้สึกจากการสัมผัสเป็นธรรมชาติเหมือนสัมผัสหน้าอกจริง

3. เหมาะสำหรับการเสริมแบบใต้กล้ามเนื้อ

4. ทำนมด้วย Motiva ให้ผิวสัมผัสแบบ Nano Texture ลดการเกิดผังผืดได้ดีที่สุด

5. ลดการฉีกขาดและการเคลื่อนที่ของซิลิโคน

ขั้นตอนการผ่าตัด

แพทย์จะใช้ยาสลบเพื่อความสะดวกและลดอาการเจ็บปวดในการผ่าตัด คลินิกที่ไม่ได้มาตรฐานบางแห่งอาจใช้แค่ยาชาซึ่งจะซึมเข้าสู่ผิวหนังได้ไม่ลึกมาก แต่ถ้าเป็นยาสลบจะลึกถึงระบบประสาท แพทย์จะผ่าตัดเปิดแผลบริเวณรักแร้หรือใต้ราวนมตามที่ตกลงกับคนไข้ไว้ หลังจากนั้นทำการแหวกเนื้อเต้านมและกล้ามเนื้อแผงหน้าอกให้แยกออกจากกันเป็นช่องกว้างขนาดพอเหมาะที่จะใส่ถุงซิลิโคน

เมื่อห้ามเลือดเรียบร้อยแล้ว แพทย์จะค่อยๆ ใส่ซิลิโคนเข้าไปทีละนิดจนหมด เมื่อจัดรูปทรงเข้าที่แล้วเย็บปิดแผลด้วยไหมเล็กๆ จะเป็นแบบละลายหรือไม่ละลายก็ได้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย ใช้เวลาผ่าตัด 1-2 ชั่วโมง

ตำแหน่งของการผ่าตัด วางซิลิโคน

1. ใต้ราวนม
เป็นบริเวณที่ได้รับความนิยมเพราะแผลจะหลบอยู่ใต้ราวนมด้านข้าง ยาวประมาณ 3-4 เซนติเมตร มองไม่เห็นแม้เวลานอน (แอบยกเว้นสามีไว้คนนึง) การผ่าตัดทำได้เร็วกว่า จัดรูปทรงได้ง่าย เจ็บน้อยกว่าการผ่าตัดบริเวณอื่น

2. บริเวณรักแร้
ข้อดีคือไม่มีแผลเป็นอยู่บริเวณเต้านม ทำให้รู้สึกมั่นใจมากขึ้น แต่มีข้อเสียเล็กน้อยคือ หลังทำจะเจ็บแผลกว่าบริเวณใต้ราวนม และในกรณีถ้าต้องแก้ไข แพทย์มักแนะนำให้ทำบริเวณใต้ราวนม เพราะการแก้ไขทางรักแร้แม้จะทำได้แต่จะได้ผลไม่ดี

หลังผ่าตัดต้องดูแลตัวเองอย่างไร

หลังผ่าตัดเสริมหน้าอก คนไข้จะได้นอนพักที่โรงพยาบาล 1 คืน โดยต้องใส่สายยางเพื่อระบายเลือดออกทางรักแร้ทั้งสองข้าง และแพทย์จะได้สังเกตอาการโดยรวมทั้งหมดด้วย หลังจากนั้นจะมีอาการปวด ระบม บริเวณหน้าอกและรักแร้ แต่อาการจะค่อยๆ ดีขึ้น ภายในประมาณ 3-7 วัน ซึ่งมีการดูแลหลังการผ่าตัดดังนี้

– ทานยาแก้ปวด แก้อักเสบ ลดบวมให้ครบตามแพทย์สั่ง

– 5 วันหลังผ่าตัดต้องมาพบแพทย์เพื่อตรวจซ้ำ

– สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้หลังผ่าตัด 2 สัปดาห์

– ไม่ควรใส่เสื้อชั้นในแบบมีโครงเหล็กในช่วง 1 เดือนแรกหลังการผ่าตัด และใส่แบบมีโครงได้หลังผ่าตัด 6 เดือน

– ระมัดระวังในการออกกำลังกาย ควรออกกำลังกายหรือยกของหนักเต็มที่หลังการผ่าตัดไปแล้ว 2 เดือน

– ไหมที่ใช้ในการผ่าตัดเป็นไหมละลาย จะละลายประมาณ 2 สัปดาห์ถึง 1 เดือน

– สามารถใช้โรลออนหรือยาทารอยแผลเป็นได้หลังผ่าตัด 1 เดือน (ถ้าใช้ก่อนหน้านั้นจะทำให้แผลแฉะ และไหมจะละลายเร็ว ทำให้แผลปริได้) เดือนแรกให้ใช้ยาทาแผลสด (เบตาดีน)

– หมั่นยกแขนบ่อยๆ โดยยกให้ได้ระดับเสมอไหล่แล้วค่อยๆชูขึ้น โดยประมาณ 1 เดือนจะสามารถชูแขนขึ้นฟ้าได้

– ถ้ามีอาการตึงใต้รักแร้ให้ใช้นิ้วโป้งกดบริเวณที่ตึง อาจมีอาการเจ็บ กดค้างไว้นับ 1-10 แล้วปล่อย ทำอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้พังผืดใต้รักแร้คลายตัวลง

– ถ้ามีอาการชาเกิดขึ้นหลังการผ่าตัดไม่ต้องตกใจ เพราะเป็นผลจากกล้ามเนื้อช้ำจากการผ่าตัด จะกลับเป็นปกติภายใน 3-6 เดือน ถ้ามีอาการจี๊ดหรือแปลบถือเป็นอาการปกติ แสดงว่า แผลภายในใกล้หายแล้ว พังผืดสามารถเกิดขึ้นได้แต่ไม่ต้องกังวล ให้หมั่นนวดเป็นประจำก็พอ

แต่การดูแลที่สำคัญมากอีกอย่างคือ “การนวดหน้าอก” เนื่องจากร่างกายจะสร้างพังผืดมาล้อมตัวถุงนมเทียมไว้ หากถูกล้อมมากเกินไปจะทำให้หน้าอกเกิดอาการตึง แข็ง หรือ บิดเบี้ยวได้ ดังนั้นหลังจากผ่าตัดเสริมหน้าอกแล้ว คนไข้ต้องหมั่นนวดคลึงหน้าอกเพื่อให้ถุงนมสามารถเคลื่อนไหวได้ตลอดเวลา จะเป็นการป้องกันปัญหาดังกล่าว ทำให้เต้านมเข้าที่และสวยงามยิ่งขึ้น ซึ่งเลอลักษณ์มีบริการนวดหน้าอกด้วยเครื่องนวดกระตุ้นไฟฟ้าให้ลูกค้าฟรี 1 ครั้งด้วย